คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2470
ย่อคำพิพากษา
คำพยานในสำนวนหนึ่งจะฟังมายันจำเลยอีกสำนวนหนึ่งไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีเรื่องนี้ เนื่องจากคดีที่ ๑๓๔๕/๒๔๖๘ ซึ่งมีใจความว่า อัยการเปนโจทย์ฟ้องนายสมันสามี จำเลยว่าบุกรุกเข้าไปในเคหะสถานของนายวัน นายสมันต่อสู้ว่านายวันได้ฉุดภรรยาของตนเข้าไปเพื่ออนาจาร แลอ้างจำเลย ๓ คนนี้เปนพยานซึ่งรู้เห็นในเวลาเกิดเหตุ ศาลไม่เชื่อคำพยานนี้แลตัดสินลงโทษนายสมันคดีได้เสร็จเด็ดขาดไปแล้วโจทย์จึงฟ้องหาว่าจำเลย ๓ คนนี้แจ้งความเท็จแลพยานเท็จ ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๑๑๘,๑๕๗,๑๕๘, แลในคดีเรื่องนี้โจทย์อ้างนายวันปากเดียวเปนพยานแลอ้างสำนวนคดีที่ ๑๓๔๕/๒๔๖๘ ประกอบ
ศาลฎีกาตัดสินว่า ในคดีที่ ๑๓๔๕/๒๔๖๘ ซึ่งศาลเดิมไม่เชื่อคำจำเลยทั้ง ๓ ว่านายวันได้ฉุดลากนางหนับเสาะ คดียังไม่พอจะฟังว่าจำเลย ๓ คนนี้แจ้งความเท็จฤาเปนพยานเท็จ แลจะฟังคำพยานในสำนวนก่อนมายันจำเลยในสำนวนนี้ไม่ได้ เพราะจำเลยทั้ง ๓ นี้มิได้เกี่ยวข้องเปนโจทย์จำเลยในสำนวนนั้นแลไม่มีโอกาศจะซักถามพยานจึงให้ยกฟ้องโจทย์ปล่อยจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2470
อัยการสงขลา โจทก์
นางหนับเสาะ นายบา นายติ้ว ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการสงขลา · ล. - นางหนับเสาะ นายบา นายติ้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิจาร · พิพาก · พรหม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา