⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4259/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4259/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 158 เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งรัฐเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ราษฎรที่ได้รับความเสียหายเพียงโดยพฤตินัยไม่มีอำนาจฟ้องคดีได้เอง

ย่อคำพิพากษา

การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 158 เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ผู้กระทำความผิดเป็นเจ้าพนักงานของรัฐและทรัพย์หรือเอกสารใดซึ่งเป็นของทางราชการหรือของรัฐนั้นอยู่ในหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้นั้นที่จะปกครองหรือรักษาไว้ถูกทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือทำให้ไร้ประโยชน์หรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำเช่นนั้น ดังนี้ ย่อมเห็นได้ชัดเจนว่ารัฐเป็นผู้ได้รับความเสียหายโดยตรงและนับว่าเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย หากโจทก์ซึ่งเป็นราษฎรจะได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยก็เป็นเพียงผู้เสียหายโดยพฤตินัย มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจฟ้องคดีได้เอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๖, ๑๓๗, ๑๕๗, ๑๕๘, ๓๒๘, ๘๓, ๘๖, ๙๑ และให้โฆษณาคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับคำฟ้องหมิ่นประมาทในหนังสือพิมพ์รายวันไทยรัฐ เดลินิวส์ เดลิมิเรอร์ ดาวสยามและบางกอกโพสต์ ฉบับละ ๗ วัน ติดต่อกัน โดยให้จำเลยทั้งหกร่วมกันชำระค่าโฆษณา ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ให้ประทับฟ้องโจทก์เฉพาะฟ้องข้อ ๒ (๒,๔) สำหรับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ถึงที่ ๖ ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๖, ๓๒๘, ๘๓ และสำหรับจำเลยที่ ๒ ให้ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๖, ๘๓ ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๘ หรือไม่ เห็นว่า กรณีการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๘ นั้น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ลักษณะ ๒ หมวด ๒ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ผู้กระทำความผิดเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ และทรัพย์หรือเอกสารใดซึ่งเป็นของทางราชการหรือของรัฐนั้นอยู่ในหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้นั้นที่จะปกครองหรือรักษาไว้ เมื่อตนทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือทำให้ไร้ประโยชน์ หรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำเช่นนั้น ดังนี้ ย่อมเห็นได้ชัดเจนว่ารัฐเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากเจ้าพนักงานผู้กระทำความผิดตามบทบัญญัติมาตรานี้โดยตรงและนับว่าเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย หากโจทก์จะได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลย โจทก์ก็เป็นเพียงผู้เสียหายโดยพฤตินัย มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าอำนาจฟ้องผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๘ เป็นหน้าที่โดยเฉพาะของเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเท่านั้นที่จะฟ้องร้องเอาโทษแก่ผู้กระทำความผิด ราษฎรไม่มีอำนาจฟ้องคดีได้เอง ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๘ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ ในความผิดฐานนี้นั้น ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4259/2531 นายธรรมนูญ จุลมณีโชติ โจทก์ นายวัฒนะ เอี่ยมบำรุง กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธรรมนูญ จุลมณีโชติ · ล. - นายวัฒนะ เอี่ยมบำรุง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์ · นิเวศน์ คำผอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายพรชัย สมรรถเวช · ศาลอุทธรณ์ - นายชลิต ประไพศาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1974/2497ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 45/2484ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา