คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 542/2479
ย่อคำพิพากษา
จำเลยฟ้องเขาเป็นคดีอาญาโดยเข้าใจผิดซึ่งที่แท้จำเลยควรฟ้องเขาเป็นคดีแพ่ง เพียงเท่านี้ยังไม่พอจะลงโทษจำเลยฐานฟ้องเท็จได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีได้ความว่าเดิมโจทก์จำเลยได้ตกลงกันว่าจำเลยจะโอนเรือนรายนี้ให้โจทก์เพื่อจะหลบเจ้าหนี้ แล้วต่อมาโจทก์ได้ขายเรือนรายนี้อีกต่อหนึ่งเมื่อขายแล้วโจทก์ได้เอาราคาเรือนนั้นแบ่งให้เจ้าหนี้จำเลยรวมทั้งตัวโจทก์เอง จำเลยจึงยื่นฟ้องหาว่าโจทก์กับพวกฉ้อโกงจำเลย แต่ศาลได้ยกฟ้องของจำเลยเสีย โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องจำเลยหาว่าฟ้องเท็จและเบิกความเท็จขอให้ลงโทษ
ศาลฎีกาตัดสินว่าตามรูปคดีเรื่องก่อนจำเลยน่าจะฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่ง แต่การที่จำเลยฟ้องเป็นคดีอาญาขึ้นโดยจำเลยไม่มีความรู้เพียงพอเข้าใจผิดว่าโจทก์กระทำผิดทางอาญา ฉะนั้นจำเลยจึงยังไม่ควรมีความผิดฐานเบิกความเท็จเพราะมาตรา ๑๕๘ บัญญัติว่าจำเลยต้องมีเจตนาแกล้งเอาความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จไปฟ้องจึงจะลงโทษได้ จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้ปล่อยจำเลยไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 542/2479
นายกิมเสงฉั่วสมบูรณ์ โจทก์
นายแป๊ะ คชาชีวะ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายกิมเสงฉั่วสมบูรณ์ · จำเลย - นายแป๊ะ คชาชีวะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทฟโนต์ · อมาตย · นิติศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา