⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 744-745/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 744-745/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการใช้และเก็บรักษาทรัพย์สินของแผ่นดิน หากเบียดบังทรัพย์นั้นไปเป็นของตนเองหรือของผู้อื่นโดยทุจริต มีความผิดฐานยักยอกทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ใช้และเก็บรักษาปืนคาร์บิน แมกกาซีน และกระสุนปืน ซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการตำรวจเพื่อใช้ในการตรวจตราปราบปรามโจรผู้ร้าย จำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ใช้และรักษาปืนคาร์บิน กระสุนปืน และแมกกาซีน ที่จำเลยได้รับมอบหมายจำเลยเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.147 ประมวลกฎหมายอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดี 2 สำนวนนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรก โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้รับมอบหมายให้ใช้และเก็บรักษาปืนคาร์บิน 1 กระบอก กระสุน 60 นัด และแมกกาซิน 4 อัน ซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการตำรวจ แล้วจำเลยเบียดบังทรัพย์ดังกล่าวแล้วนำไปมอบให้แก่คนร้ายโดยทุจริต ส่วนสำนวนหลัง โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนว่าได้มีคนร้ายลักเอาปืนดังกล่าวพร้อมด้วยกระสุน 30 นัดและแมกกาซินที่จำเลยครอบครองนั้นไป 2 อัน อันเป็นความเท็จ เพราะความจริงไม่มีความผิดเกิดขึ้นเลย จึงขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 137, 173 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษตามมาตรา 147 ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุด จำคุก 8 ปี จำเลยอุทธรณ์ทั้ง 2 สำนวน ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น แต่ปรับข้อกฎหมายเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 158 กระทงหนึ่ง และมาตรา 137 และ 173 อีกกระทงหนึ่ง ให้ลงโทษตามมาตรา 158 ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุด จำคุก 4 ปี โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนจำเลยฎีกาว่า เมื่อฟังไม่ได้ว่าจำเลยไม่ได้ทำผิดตามมาตรา 147 แล้วก็ต้องยกฟ้อง จะลงโทษตามมาตรา 158 ไม่ได้ ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้ว ปัญหาในชั้นฎีกามีเฉพาะว่า จำเลยมีความผิดตาม มาตรา 147 หรือมาตรา 158 และจะลงโทษจำเลยได้เพียงใดส่วนข้อหาแจ้งความเท็จนั้นจำเลยมิได้ฎีกา จึงเป็นอันยุติ สำหรับปัญหาที่ว่า จำเลยจะผิดตามมาตรา 147 หรือ 158 นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ใช้และเก็บรักษาปืนคาร์บิน แมกกาซิน และกระสุนปืน ซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการตำรวจเพื่อใช้ในการตรวจตราปราบปรามโจรผู้ร้าย จำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ใช้และรักษาปืนคาร์บินแมกกาซิน และกระสุนปืน ที่จำเลยได้รับมอบหมายไปนั้น จำเลยไปแจ้งแก่พนักงานสอบสวนว่ามีคนร้ายลักปืนคาร์บิน แมกกาซินและกระสุนปืนดังกล่าวไป อันเป็นความเท็จ เพราะความจริงคนร้ายหาได้ลักไปไม่พฤติการณ์ทั้งนี้ย่อมชี้ให้เห็นเจตนาทุจริตของจำเลยอยู่ในตัว จำเลยจะขายปืนคาร์บิน แมกกาซิน และกระสุนปืนดังกล่าวให้แก่นายมะแกแรคนร้ายตามที่โจทก์อ้างหรือไม่ไม่สำคัญ เมื่อปืนคาร์บิน แมกกาซิน และกระสุนปืนดังกล่าวไปอยู่ในความครอบครองของนายมะแกแร จึงต้องนับว่าจำเลยเบียดบังปืนคาร์บิน แมกกาซิน และกระสุนปืนนั้นเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 8 ปี นอกจากที่แก้นี้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 744 - 745/2515 พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี โจทก์ สิบตำรวจเอกอุย เพชรประดับ จำเลย พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี โจทก์ สิบตำรวจเอกอุย เพชรประดับ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี · จำเลย - สิบตำรวจเอกอุย เพชรประดับ · โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี · จำเลย - สิบตำรวจเอกอุย เพชรประดับ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศวิต สมหวัง · เฉลิม ทัตภิรมย์ · ยงยุทธ เลอลภ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 542/2479ฎีกา 1350/2482ฎีกา 1092/2505ฎีกา 6525/2534ฎีกา 1503/2536ฎีกา 1267/2500ฎีกา 1172/2511ฎีกา 1491/2537ฎีกา 605/2511ฎีกา 2719/2528ฎีกา 227/2507ฎีกา 429-430/2480ฎีกา 484/2479ฎีกา 3313/2524ฎีกา 3793/2530ฎีกา 898/2525ฎีกา 702/2532ฎีกา 8362/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 4000/2528ฎีกา 6114/2560ฎีกา 3596/2525ฎีกา 3224-3225/2527ฎีกา 4259/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา