คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2426/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานทำการซ่อนเร้นทรัพย์อันเป็นหน้าที่ของตนที่จะปกครองหรือรักษา แม้จะไม่มีเจตนาทุจริต ก็ถือว่าครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 158 แล้ว
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นนายตรวจทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย มีหน้าที่เก็บรักษาไม้หมอน รางรถไฟ เครื่องประกอบราง และอื่น ๆ ได้นำรางรถไฟและเครื่องประกอบรางส่วนที่เดินบัญชีไปฝังซ่อนไว้ชั่วคราวโดยไม่มีเจตนาทุจริต เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบพัสดุเห็นว่าพัสดุในความดูแลรักษาของจำเลยมิได้เดินบัญชี อันจะทำให้จำเลยมีความผิดทางวินัยตามความเข้าใจของจำเลย การกระทำของจำเลยดังกล่าวแม้จะไม่ประกอบด้วยเจตนาทุจริต จำเลยก็หาพ้นผิดไม่ เพราะการที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานทำการซ่อนเร้นทรัพย์อันเป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะปกครองหรือรักษา การกระทำของจำเลยครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 158 แล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๘ ตำแหน่งนายตรวจทาง มีหน้าที่เก็บรักษาไม้หมอน ราง เครื่องประกอบรางและอื่น ๆ บังอาจเบียดบังยักยอกเอารางรถไฟและส่วนประกอบรางและของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยนำไปซ่อนเร้น ฝังไว้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗,๑๕๘
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๘ จำคุกหนึ่งปี คืนของกลางให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทย ข้อหาอื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๘ ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นนายตรวจทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย มีหน้าที่เก็บรักษาไม้หมอน รางรถไฟ เครื่องประกอบราง และอื่น ๆ จำเลยได้นำรางรถไฟและเครื่องประกอบรางส่วนที่เดินบัญชีไปฝังซ่อนไว้ชั่วคราวโดยไม่มีเจตนาทุจริต ที่จำเลยนำไปฝังซ่อนไว้เป็นการชั่วคราว เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบพัสดุเห็นว่าพัสดุในความดูแลรักษาของจำเลยมิได้เกินบัญชี อันจะทำให้จำเลยมีความผิดทางวินัยตามความเข้าใจของจำเลยเท่านั้น การกระทำของจำเลยดังกล่าวแม้ไม่ประกอบด้วยเจตนาทุจริต จำเลยก็หาพ้นผิดไม่ เพราะการที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานทำการซ่อนเร้นทรัพย์อันเป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะปกครองหรือรักษา การกระทำของจำเลยครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ๑๕๘ แต่เห็นเป็นการสมควรรอการลงโทษไว้
พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๘ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยหนึ่งปี โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนดสามปี ของกลางไม่ต้องส่งคืน เพราะเจ้าหน้าที่พนักงานการรถไฟรับมอบไปแล้ว นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
(วิทูร เทพพิทักษ์ ล้วน นิลกำแหง ประถม วิเชียรเนตร)
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2426/2518
พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์
นายประพันธ์ มูลมั่งมี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - นายประพันธ์ มูลมั่งมี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายวีระ อุสันโน · ศาลอุทธรณ์ - นายสมาน เจนนภา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา