⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1716/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1716/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินเดือนหรือค่าจ้างของลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย ส่วนที่เกินกว่าเดือนละสี่สิบบาท อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามจำนวนที่ศาลจะกำหนดตามที่เห็นสมควรแก่พฤติการณ์แห่งคดี

ย่อคำพิพากษา

ลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย ไม่เป็นคนงานของรัฐบาลตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286(2) (วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 24/2514) เมื่อลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทยมิใช่คนงานของรัฐบาลเงินเดือนหรือค่าจ้างของบุคคลนั้นจึงตกอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286(3) ส่วนที่เกินกว่าเดือนละสี่สิบบาทอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามจำนวนที่ศาลจะกำหนดตามที่เห็นสมควรแก่พฤติการณ์แห่งคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.286 พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 ม.6 พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 ม.10 พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 ม.15 พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 ม.18 พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 ม.22 พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 ม.24 พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 ม.25 พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 ม.35 พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 ม.39 พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 ม.42 พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 ม.43

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้เนื่องจากโจทก์ฟ้องและจำเลยยอมความ ยอมใช้หนี้ให้โจทก์ซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว แต่จำเลยไม่ชำระโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่จะยึดมาชำระหนี้ ขณะนี้จำเลยเป็นลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย สังกัดโรงงานการรถไฟแผนกช่างกลฝ่ายช่างปรับ ทำงานอยู่โรงงานรถไฟอำเภอทุ่งสง มีรายได้ชั่วโมงละ ๓ บาท ๙๕ สตางค์ รวมเป็นเดือนราว ๑,๒๐๐ บาท และจำเลยยังมีเงินทุนสงเคราะห์ซึ่งการรถไฟฯ หักไว้เป็นรายเดือน ขอให้ศาลสั่งอายัดเงินทุนสงเคราะห์และเงินส่วนได้ของจำเลย ให้ผู้ว่าการรถไฟส่งเงินรายได้ของจำเลยมายังศาลเดือนละ ๖๐๐ บาท เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ตามคำร้องนี้อายัดไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามมาตรา ๒๘๖(๒) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมีฐานะเป็นคนงานของรัฐบาลรายได้หรือเงินเดือนของจำเลยไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีที่โจทก์ขออายัดเงินทุนสงเคราะห์ไม่ปรากฏว่าเงินจำนวนนี้ถึงกำหนดจ่ายแล้ว จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยมีสิทธิเรียกร้องเงินรายนี้ พิพากษายืน แต่มีความเห็นแย้งของรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยไม่ใช่คนงานของรัฐบาล โจทก์ฎีกาต่อมา คดีมีปัญหาว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทยจะถือได้หรือไม่ว่าเป็นคนงานของรัฐบาลตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๖(๒) ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๖ เป็นข้อยกเว้นความผิดแห่งการบังคับคดี ซึ่งเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามหลักการตีความข้อยกเว้นนั้นจะต้องตีความโดยเคร่งครัด จำเลยในคดีนี้เป็นลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งก่อตั้งเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ ไม่ขึ้นอยู่ในกระทรวงทบวงกรมใดของรัฐบาล มีคณะกรรมการคณะหนึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการไม่เกินหกคนเป็นผู้มีหน้าที่ วางนโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไป และผู้ว่าการฯ มีอำนาจ แต่งตั้ง ถอดถอน เลื่อนขั้น หรือลดขั้นเงินเดือนของพนักงานการรถไฟฯ รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่เพียงกำกับโดยทั่วไปเท่านั้น หามีอำนาจร่วมจัดกิจการและควบคุมดูแลโดยตรงไม่ แม้ในกิจการบางอย่างพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ จะบัญญัติให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบหรือขอความเห็นชอบ ก็เป็นเพียงวิธีการควบคุมคณะกรรมการในการบริหารกิจการการรถไฟฯ นอกจากนี้การรถไฟฯ ยังจัดทำงบประมาณประจำปีของตนเองไม่รวมอยู่ในงบประมาณแผ่นดินรายได้ที่ได้รับในปีหนึ่ง การรถไฟฯ จะหักเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับดำเนินงานค่าภาระต่าง ๆ ตลอดจนเงินสำรองและเงินลงทุนเสียก่อน หากมีเหลือจะนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ แม้กิจการรถไฟจะเคยขึ้นอยู่กับกรมรถไฟกระทรวงคมนาคมมาก่อน และการรถไฟฯ ได้รับโอนกิจการมาจัดดำเนินการเพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชนแต่การที่มีกฎหมายแยกกิจการรถไฟออกเป็นนิติบุคคลต่างหาก ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าเป็นการแยกการรถไฟแห่งประเทศไทยออกจากรัฐบาลเป็นเอกเทศต่างหาก โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ในการดำเนินกิจการเป็นอิสระหากรัฐประสงค์จะคุ้มครองการรถไฟฯ หรือลูกจ้างเป็นพิเศษ ก็จะต้องบัญญัติกฎหมายไว้โดยชัดแจ้ง ดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๓ ว่า "ทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี" จำเลยนี้เป็นลูกจ้างของการรถไฟฯ ซึ่งผู้ว่าการฯ มีอำนาจแต่งตั้ง ถอดถอนเลื่อนหรือลดขั้นเงินเดือนและรับรายได้เป็นเดือนจากงบประมาณของการรถไฟฯ มิใช่จากเงินจัดสรรงบประมาณเหมือนข้าราชการและลูกจ้างของรัฐบาล จำเลยจึงหาใช่เป็นคนงานของรัฐบาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๖(๒) ไม่ แม้การรถไฟจะต้องนำเงินที่เหลือจากใช้จ่ายส่งเป็นรายได้ของรัฐ และรัฐจะต้องจ่ายเงินสนับสนุนก็ดีหรือแม้พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๘ จะบัญญัติให้พนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าพนักงานตามความหมายแห่งกฎหมายลักษณะอาญาก็ดี ก็หามีผลทำให้ฐานะลูกจ้างของการรถไฟฯ กลับกลายเป็นคนงานของรัฐบาลไปได้ไม่ เมื่อจำเลยมิใช่คนงานของรัฐบาล เงินเดือนหรือค่าจ้างของจำเลยจึงตกอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๖(๓) ส่วนที่เกินกว่าเดือนละสี่สิบบาท ย่อมอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ศาลฎีกาได้พิเคราะห์ตามพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นสมควรกำหนดให้อายัดเงินค่าจ้างของจำเลยให้การรถไฟฯ ส่งมาชำระหนี้ให้โจทก์เดือนละ ๔๐๐ บาท ส่วนเงินทุนสงเคราะห์ซึ่งโจทก์อ้างว่าการรถไฟฯ หักเงินรายได้ของจำเลยไว้เป็นรายเดือนนั้น โจทก์มิได้กล่าวในคำร้องหรือส่งระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับเงินประเภทนี้ให้ศาลทราบว่าขณะนี้จำเลยมีสิทธิเรียกร้องเงินประเภทนี้ได้อย่างไรบ้างจึงยังไม่มีเหตุสมควรที่จะสั่งให้อายัดเงินทุนสงเคราะห์ของจำเลย พิพากษาแก้ ให้อายัดเงินค่าจ้างของจำเลยเดือนละ ๔๐๐ บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1716/2514 นายชัยณรงค์ ราชานาค โจทก์ นายประจวบ เขียววิจิตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชัยณรงค์ ราชานาค · จำเลย - นายประจวบ เขียววิจิตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธรรม วรรณแสง · จำรูญ โชติรัต · ประพจน์ ถิระวัฒน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดไชยา · ศาลอุทธรณ์ - นายยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3250/2536ฎีกา 3020/2532ฎีกา 3066/2516ฎีกา 7400/2540ฎีกา 626/2507ฎีกา 2404/2518ฎีกา 10444/2556ฎีกา 1063/2533ฎีกา 5961/2549ฎีกา 2092/2545ฎีกา 1781-1786/2500ฎีกา 2426/2518ฎีกา 3794/2549ฎีกา 2649/2541ฎีกา 7448/2550ฎีกา 5990/2533ฎีกา 1080/2532ฎีกา 5987/2552ฎีกา 1029/2498ฎีกา 619/2506ฎีกา 4615/2559ฎีกา 554/2529ฎีกา 2541/2545ฎีกา 1304/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา