⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3020/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3020/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินบำเหน็จที่จำเลยได้รับมายังมิได้ปะปนกับทรัพย์สินอื่นของจำเลยจนแยกไม่ออก โจทก์จะขอให้บังคับคดียึดเงินบำเหน็จดังกล่าวเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จเนื่องจากลาออกจากราชการและจำเลยเพิ่งได้รับเงินบำเหน็จมาจากเจ้าหน้าที่การเงินโดยที่เงินบำเหน็จนั้นยังมิได้ปะปนกับเงินอื่นของจำเลยจนแยกไม่ออกเช่นนี้ โจทก์จะขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดเงินบำเหน็จดังกล่าวจากจำเลยเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาหาได้ไม่. (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 5/2532)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.286 พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 ม.4 พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 ม.6

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินตามเช็คแก่โจทก์ ต่อมาจำเลยผิดนัด ศาลออกหมายบังคับคดีจัดการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลย โดยยึดเงินบำเหน็จส่วนหนึ่ที่ทางการจ่ายให้แก่จำเลยที่ ๑ เพื่อนำมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาจำเลยที่ ๑ จึงยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ ๑ เป็นข้าราชกาตำรวจได้ลาออกจากราชการ ทางราชการจ่ายเงินบำเหน็จให้ ๒๐๐,๔๗๕ บาทจำเลยที่ ๑ รับบำเหน็จจากเจ้าหน้าที่การเงินมาแล้วทันใดนั้นผู้แทนโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเงินบำเหน็จที่เพิ่งได้รับมานั้นไปบางส่วนเป็นเงิน ๑๔๐,๐๐๐ บาท เงินบำเหน็จไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการยึด และคืนเงินดังกล่าวให้จำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการยึดและคืนเงินที่โจทก์นำยึดให้จำเลยที่ ๑ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๖(๒) บัญญัติว่า ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น สิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่เป็นเงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ และเบี้ยหวัดของข้าราชการหรือลูกจ้างของรัฐบาล ฯลฯ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ซึ่งมีผลทำให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่มีสิทธิขออายัดเงินเช่นว่านั้นเพื่อนำมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา ก็โดยมีเจตนารมณ์จะให้ข้าราชการและลูกจ้างของรัฐบาลทั้งที่ยังรับราชการอยู่ และพ้นจากราชการไปแล้วได้มีเงินเลี้ยงชีพ การที่นำเงินเช่นว่านั้นมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาจึงเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของบทมาตราดังกล่าว เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าในทันทีที่จำเลยที่ ๑ ได้รับเงินบำเหน็จจากเจ้าหน้าที่การเงิน ผู้แทนโจทก์ก็นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเงินบำเหน็จดังกล่าว ซึ่งเป็นที่เห็นได้ว่าเงินบำเหน็จนั้นยังมิได้ปะปนกับเงินอื่นของจำเลยที่ ๑ จนแยกไม่ออก ดังนั้นแม้จำเลยที่ ๑ จะรับเงินบำเหน็จมาแล้ว โจทก์ก็ไม่มีอำนาจขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดเงินบำเหน็จจากจำเลยที่ ๑ มาชำระหนี้ตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3020/2532 นางปราณีต เพ็งขันธ์ โจทก์ นายดาบตำรวจสวงษ์ นิลสวัสดิ์หรือนิลสกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางปราณีต เพ็งขันธ์ · จำเลย - นายดาบตำรวจสวงษ์ นิลสวัสดิ์หรือนิลสกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง คล้ายแก้ว · ประชา บุญวนิช · ประมาณ ชันซื่อ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายวัส ติงสมิตร · ศาลอุทธรณ์ - นายเคลื่อน วัฒนเมธียานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3250/2536ฎีกา 205/2523ฎีกา 3066/2516ฎีกา 2404/2518ฎีกา 10444/2556ฎีกา 1063/2533ฎีกา 1094/2550ฎีกา 2092/2545ฎีกา 3186/2527ฎีกา 2649/2541ฎีกา 7448/2550ฎีกา 5990/2533ฎีกา 1716/2514ฎีกา 1080/2532ฎีกา 1029/2498ฎีกา 2552/2531ฎีกา 4615/2559ฎีกา 554/2529ฎีกา 2541/2545ฎีกา 1304/2543ฎีกา 7548/2549ฎีกา 2888/2526ฎีกา 1255/2514ฎีกา 3967/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา