⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5127/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5127/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่จำเลยจะได้รับจากโครงการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตหรือเกษียณอายุก่อนกำหนด แม้จะเรียกว่าเงินช่วยเหลือ แต่มีลักษณะเช่นเดียวกับเงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ และเบี้ยหวัดของข้าราชการที่รัฐบาลจ่ายให้แก่ผู้พ้นจากราชการหรือทายาทที่มีสิทธิได้รับเพื่อเลี้ยงชีพ จึงไม่ตกอยู่ภายใต้การบังคับคดีตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เงินที่จำเลยที่ 1 จะได้รับจากโครงการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตหรือเกษียณอายุก่อนกำหนด แม้จะเรียกว่าเป็นเงินช่วยเหลือแต่ก็มีลักษณะเช่นเดียวกับเงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ และเบี้ยหวัดของข้าราชการที่รัฐบาลได้จ่ายให้แก่ข้าราชการที่พ้นจากราชการไปแล้ว ตลอดจนคู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตอยู่ของบุคคลนั้นซึ่งตามกฎหมายมีสิทธิได้รับเงินจำนวนนี้เพื่อเลี้ยงชีพ ย่อมไม่ตกอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 286 (2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.286 พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุ พ.ศ. 2542 ม.8

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองเพิกเฉย โจทก์ขอหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดและอายัดทรัพย์บางส่วนไว้แล้ว ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุตามโครงการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตเกษียณก่อนกำหนด และมีสิทธิจะได้รับเงินขวัญถุง และเงินช่วยเหลือรายเดือนผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ช.ร.บ.) เงินจำนวนดังกล่าวสามารถยึดหรืออายัดมาชำระหนี้โจทก์ได้ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดหรืออายัดทรัพย์ดังกล่าว ศาลชั้นต้นเห็นว่า เงินที่โจทก์ขอให้อายัดเป็นเงินประเภทเดียวกับเงินที่รัฐจ่ายให้ในลักษณะของเงินบำเหน็จที่เบิกจ่ายจากงบประมาณของแผ่นดิน กรณีต้องด้วย ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๖ (๒) ไม่ตกอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี กรณีจึงไม่ต้องทำการไต่สวน ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๓ ทวิ วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โครงการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตหรือเกษียณก่อนกำหนดนั้น รัฐบาลมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับสัดส่วนและลดขนาดกำลังคนในภาครัฐให้เหมาะสม แต่มีพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพสูงโดยจูงใจให้ข้าราชการออกจากราชการก่อนเกษียณอายุโดยมีสิ่งจูงใจคือ (๑) ส่วนที่เป็นตัวเงิน (๑.๑) เงินขวัญถุง ให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับเงินขวัญถุงเป็นจำนวนเงินเท่ากับเงินเดือนเดือนสุดท้าย X ๗ โดยจะแบ่งจ่าย ๒ งวด ปีละงวด เป็นจำนวนเงินเท่า ๆ กัน (๑.๒) เงินเพิ่มจากบำนาญ ให้เงินเพิ่มเพื่อให้ได้รับบำนาญสูงขึ้นเสมือนหนึ่งผู้เข้าร่วมโครงการมีเวลาราชการเพื่อคำนวณบำนาญถึงวาระเกษียณ (นับเวลาราชการที่เหลือ) โดยจ่ายเงินเพิ่มเป็นรายเดือนพร้อมกับบำนาญปกติ เท่ากับ เงินเพิ่มเท่ากับอัตราเงินเดือนเดือนสุดท้ายคูณด้วยจำนวนปีเวลาราชการที่เหลือหารด้วยห้าสิบ ทั้งนี้ เงินเพิ่มจะต้องไม่สูงกว่าร้อยละ ๒๐ ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย??.ฯลฯ ต่อมาได้มี พ.ร.ฎ. เงินช่วยเหลือผู้ซึ่งลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๘ บัญญัติว่า "ให้ข้าราชการซึ่งได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุตามโครงการ มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือตามจำนวนและหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑)ในกรณีที่ผู้นั้นรับบำเหน็จ ให้ได้รับเงินช่วยเหลือในอัตราเจ็ดเท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้าย โดยแบ่งจ่ายเป็นสองงวดในจำนวนเท่ากันและจ่ายให้ปีละงวด (๒) ในกรณีที่ผู้นั้นรับเบี้ยหวัดหรือบำนาญ ให้ได้รับเงินช่วยเหลือตามจำนวนและหลักเกณฑ์ตาม (๑) รวมทั้งเงินช่วยเหลือรายเดือนผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญเรียกโดยย่อว่า "ช.ร.บ." ซึ่งคำนวณจากอัตราเงินเดือนเดือนสุดท้ายคูณด้วยจำนวนปีเวลาราชการที่เหลือหารด้วยห้าสิบ ทั้งนี้ จำนวนเงิน ช.ร.บ. นี้ ต้องไม่สูงกว่าร้อยละยี่สิบของเงินเดือนเดือนสุดท้าย และเมื่อนำไปรวมกับเบี้ยหวัดหรือบำนาญหรือเงินเพิ่มอื่น ๆ แล้ว จะต้องไม่สูงกว่าเงินเดือนเดือนสุดท้าย เงินเดือนเดือนสุดท้ายให้หมายความรวมถึงเงินเดือนที่ได้เลื่อนในวันที่ ๓๐ กันยายน ของปีที่ลาออกจากราชการตามโครงการด้วย" ดังนั้น เงินที่จำเลยที่ ๑ จะได้รับจากโครงการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตหรือเกษียณอายุก่อนกำหนด แม้จะเรียกว่าเป็นเงินช่วยเหลือแต่ก็มีลักษณะเช่นเดียวกับเงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ และเบี้ยหวัดของข้าราชการที่รัฐบาลได้จ่ายให้แก่ข้าราชการที่พ้นจากราชการไปแล้ว ตลอดจนคู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตอยู่ของบุคคลนั้นซึ่งตามกฎหมายมีสิทธิได้รับเงินจำนวนนี้เพื่อเลี้ยงชีพ ย่อมไม่ตกอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๖ (๒) พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5127/2543 นางวันดี อินทรศวร โจทก์ นายดาบตำรวจ (หญิง) นภา อติชาตรัช กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวันดี อินทรศวร · จำเลย - นายดาบตำรวจ (หญิง) นภา อติชาตรัช กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยศ นิสภัครกุล · อภิศักดิ์ พรวชิราภา · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายปัญญา โต๊ะทอง · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3250/2536ฎีกา 3020/2532ฎีกา 3066/2516ฎีกา 2404/2518ฎีกา 10444/2556ฎีกา 1063/2533ฎีกา 2092/2545ฎีกา 2649/2541ฎีกา 7448/2550ฎีกา 5990/2533ฎีกา 1716/2514ฎีกา 1080/2532ฎีกา 1029/2498ฎีกา 4615/2559ฎีกา 554/2529ฎีกา 2541/2545ฎีกา 1304/2543ฎีกา 7548/2549ฎีกา 2888/2526ฎีกา 1255/2514ฎีกา 3967/2551ฎีกา 1628/2520ฎีกา 2748/2522ฎีกา 5593/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา