⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1080/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1080/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินและสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ที่มิได้อยู่ในบทบัญญัติข้อยกเว้นตามกฎหมาย ต้องอยู่ภายใต้ความรับผิดแห่งการบังคับคดี แม้จะมีข้อบังคับภายในของนิติบุคคลนั้นๆ ก็ไม่มีผลผูกพันเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งเป็นบุคคลภายนอก

ย่อคำพิพากษา

ทรัพย์สินและสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้จะอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาตามมาตรา 285,286แห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เมื่อหุ้นของสหกรณ์ออมทรัพย์ผู้ร้องที่จำเลยที่ 1 ถืออยู่มิได้อยู่ในบทบัญญัติข้อยกเว้นตามกฎหมายดังกล่าวจึงต้องอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี สำหรับเงินค่าหุ้นนั้น แม้จะเป็นเงินทุนของผู้ร้องตามที่กำหนดไว้ใน พระราชบัญญัติ สหกรณ์ พ.ศ. 2511 และข้อบังคับของผู้ร้องก็ตามแต่จำเลยที่ 1 ก็ยังมีสิทธิเรียกร้องเอาคืนได้ ส่วนข้อบังคับของผู้ร้องเกี่ยวกับการหักหรือคืนเงินค่าหุ้น ตลอดจนกำหนดว่าสมาชิกของผู้ร้องจะขาย โอน ถอนหุ้นดังกล่าวระหว่างเป็นสมาชิกไม่ได้นั้น ก็เป็นเรื่องภายในระหว่างสมาชิกผู้ร้องเอง มิใช่กฎหมายหามีผลผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่ ศาลชั้นต้นชอบที่จะดำเนินการบังคับคดีตามคำสั่งอายัดเดิมไป.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.285 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.286

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน9,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จและให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 แต่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระโจทก์จึงขอให้บังคับคดีโดยขอให้อายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าหุ้นสมาชิกผู้ร้องของจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นให้อายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ 1 อันมีต่อผู้ร้องซึ่งจะต้องชำระเงินค่าหุ้นจำนวน10,980 บาท หรือส่งมอบเงินค่าหุ้นดังกล่าวแก่จำเลยที่ 1 แต่ให้ชำระหรือส่งมอบแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 15 วัน ผู้ร้องคัดค้านว่า จำเลยที่ 1 ยังเป็นสมาชิกและเป็นหนี้ผู้ร้องอยู่มากตามข้อบังคับของผู้ร้องสมาชิกจะลาออกและถอนหุ้นได้ต่อเมื่อไม่มีข้อผูกพันอยู่ต่อผู้ร้องในฐานะผู้กู้หรือผู้ค้ำประกัน ผู้ร้องจึงไม่สามารถส่งเงินตามหมายอายัดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามข้อบังคับของผู้ร้อง สมาชิกจะขายโอน หรือถอนหุ้นระหว่างเป็นสมาชิกไม่ได้ และการลาออกจากสมาชิกนั้นจะต้องชำระหนี้สินที่มีอยู่ต่อผู้ร้องให้เสร็จสิ้นก่อน เมื่อปรากฎว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสมาชิกยังเป็นหนี้ผู้ร้องมากกว่าจำนวนหุ้นที่ส่งไปแล้ว จึงไม่อาจจะอายัดเงินค่าหุ้นของจำเลยที่ 1 ได้ให้เพิกถอนคำสั่ง อายัดและยกคำขอของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการบังคับคดีตามคำสั่งอายัดเดิมต่อไป ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่ผู้ร้องนำสืบโดยโจทก์ไม่สืบพยานว่าจำเลยที่ 1 เป็นสมาชิกของผู้ร้อง คิดถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2529 จำเลยที่ 1 ถือหุ้นอยู่ 1,198 หุ้น จำนวนเงิน 11,980 บาท และเป็นหนี้เงินกู้ผู้ร้องอยู่ 12,500 บาทปรากฎตามทะเบียนหุ้นและบัญชีเงินกู้ เอกสารหมาย ร.2 ตามข้อบังคับของผู้ร้องเอกสารหมาย ร.3 ข้อ 21 วรรคสุดท้ายระบุว่า สมาชิกจะขายหรือโอนหรือถอนหุ้นในระหว่างที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ไม่ได้ จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระหนี้ดังกล่าวให้ผู้ร้องเดือนละ 500 บาท ผู้ร้องจะให้สมาชิกลาออกได้ต่อเมื่อไม่เป็นหนี้ผู้ร้อง ทั้งไม่เป็นผู้ค้ำประกันสมาชิกรายอื่น และเมื่อให้ลาออกแล้วผู้ร้องจะคืนเงินค่าหุ้นให้สมาชิกผู้นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ทรัพย์สินและสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีหรือไม่นั้นต้องพิจารณาตามมาตรา 285 และ 286 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งสำหรับหุ้นของผู้ร้องที่จำเลยที่ 1 ถืออยู่นั้น หาได้มีบัญญัติไว้เป็นข้อยกเว้นตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวข้างต้นไม่จึงต้องอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ที่ผู้ร้องฎีกาว่า เงินค่าหุ้นที่จำเลยที่ 1 ซื้อจากผู้ร้องได้ตกเป็นของผู้ร้องแล้ว หาได้เป็นเงินของจำเลยที่ 1 ผู้ร้องจึงทรงสิทธิที่จะไม่มอบเงินดังกล่าวให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนั้น เห็นว่า แม้เงินค่าหุ้นจะเป็นเงินทุนของผู้ร้องตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511และข้อบังคับของผู้ร้องก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 ก็ยังมีสิทธิเรียกร้องเอาคืนได้ ส่วนข้อบังคับของผู้ร้องที่ว่า สมาชิกของผู้ร้องจะขายหรือโอนหรือถอนหุ้นในระหว่างที่ตนเป็นสมาชิกไม่ได้ รวมทั้งข้อบังคับเกี่ยวกับการหักหรือการคืนเงินค่าหุ้นดังกล่าวนั้น หามีผลผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่เพราะข้อบังคับดังกล่าวมิใช่กฎหมายเป็นเรื่องที่ผู้ร้องจัดวางระเบียบบริหารงานภายในระหว่างสมาชิกของผู้ร้องเองที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ศาลชั้นต้นดำเนินการบังคับคดีตามคำสั่งอายัดเดิมจึงชอบแล้วฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน โจทก์ยื่นคำแก้ฎีกาเกินกำหนด จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1080/2532 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศิริยนต์วัฒ นา , สหกรณ์ออมทรัพย์ ข้าราชการ โจทก์ สังกัด กระทรวงศึกษาธิการ โจทก์ สกลนคร จำกัด ผู้ร้อง นาย ยุ ทธนารักษ์ อัคพิน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศิริยนต์วัฒ นา , สหกรณ์ออมทรัพย์ ข้าราชการ · โจทก์ - สังกัด กระทรวงศึกษาธิการ · ผู้ร้อง - สกลนคร จำกัด · จำเลย - นาย ยุ ทธนารักษ์ อัคพิน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3250/2536ฎีกา 3020/2532ฎีกา 3066/2516ฎีกา 2404/2518ฎีกา 10444/2556ฎีกา 1063/2533ฎีกา 2092/2545ฎีกา 23/2508ฎีกา 2649/2541ฎีกา 7448/2550ฎีกา 5990/2533ฎีกา 1716/2514ฎีกา 1029/2498ฎีกา 704/2508ฎีกา 4615/2559ฎีกา 2180/2522ฎีกา 554/2529ฎีกา 2541/2545ฎีกา 1304/2543ฎีกา 7548/2549ฎีกา 456/2537ฎีกา 2888/2526ฎีกา 1255/2514ฎีกา 2380/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ