⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 767/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 767/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์ผู้ขอให้ยึดทรัพย์มีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการยึดทรัพย์ตามกฎหมาย โดยไม่คำนึงถึงความสุจริตหรือการขอถอนการยึด และศาลไม่อาจกำหนดให้ฝ่ายจำเลยรับผิดแทนโจทก์ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมยึดไม่มีการขายตาม ป.วิ.พ. มาตรา 149และตาราง 5 ข้อ 3 ท้าย ป.วิ.พ. ทั้งนี้ต้องชำระต่อศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยไม่คำนึงว่าโจทก์จะได้นำยึดโดยสุจริตและเป็นผู้ขอให้ถอนการยึดหรือไม่ หากโจทก์ไม่ยอมชำระก็อาจถูกบังคับตาม ป.วิ.พ. มาตรา 295 ตรี ไม่ใช่เรื่องของความรับผิดชั้นที่สุดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความในคดี ศาลจึงไม่อาจใช้ดุลพินิจกำหนดให้ฝ่ายจำเลยต้องรับผิดแทนฝ่ายโจทก์ได้ ตามป.วิ.พ. มาตรา 161

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.149 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน ๑ แปลง อ้างว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ตามคำพิากษา ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งโจทก์ว่าที่ดินดังกล่าวมีคำพิพากษาของศาลฎีกาพิพากษาว่าเป็นที่ดินของบุคคลที่สามไม่ใช่ที่ดินของจำเลย จะถอนการยึดให้โจทก์เป็นผู้รับผิดเสียค่าธรรมเนียมถอนการยึดและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมเป็นเงิน ๙๙,๐๓๐ บาท โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า โจทก์นำยึดที่ดินดังกล่าวโดยสุจริต ไม่เคยปรากฏข้อโต้แย้งคัดค้านจากผู้ใด ขอให้มีคำสั่งให้ค่าธรรมเนียมถอนการยึดและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้โจทก์เสียตกเป็นพับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายแล้วไม่มีเหตุจะต้องไต่สวนคำร้อง ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องของโจทก์ฟังได้ว่า โจทก์เป็นฝ่ายดำเนินการบังคับคดีโดยได้นำยึดที่ดิน ๑ แปลง อ้างว่าเป็นทรัพย์สินของจำเลย เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ แต่มีเหตุที่จะต้องถอนการยึดทรัพย์สินนั้น เห็นได้ว่าในกรณีเช่นนี้ โจทก์ย่อมมีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมยึดไม่มีการขายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๙ และตาราง ๕ ข้อ ๓ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ทั้งนี้โดยต้องชำระต่อศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยไม่คำนึงว่าโจทก์จะได้นำยึดโดยสุจริต และเป็นผู้ขอให้ถอนการยึดหรือไม่หากโจทก์ไม่ยอมชำระก็อาจถูกบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๕ ตรีไม่ใช่เรื่องของความรับผิดชั้นที่สุดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความในคดี ศาลจึงไม่อาจใช้ดุลพินิจกำหนดให้ฝ่ายจำเลยต้องรับผิดแทนฝ่ายโจทก์ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๖๑ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 767/2535 นายยก ลิ้มสกุล โจทก์ นายมานพ ธนะวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายยก ลิ้มสกุล · จำเลย - นายมานพ ธนะวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิน อักขรายุธ · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายปราโมทย์ ชพานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 652/2510ฎีกา 984/2482ฎีกา 5324/2537ฎีกา 7618/2552ฎีกา 3467/2525ฎีกา 1063/2545ฎีกา 1345/2532ฎีกา 6809/2541ฎีกา 2532/2538ฎีกา 802/2491ฎีกา 1913/2520ฎีกา 4024/2536ฎีกา 79/2501ฎีกา 795/2510ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 748/2551ฎีกา 1383/2506ฎีกา 3221/2534ฎีกา 951/2542ฎีกา 2482/2517ฎีกา 2303/2533ฎีกา 58/2491ฎีกา 5089/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา