⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2227/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2227/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิการเช่าที่เป็นสิทธิเฉพาะตัวและไม่สามารถโอนให้แก่บุคคลภายนอกได้ตามกฎหมาย ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 285(4)

ย่อคำพิพากษา

สิทธิการเช่าตึกแถวที่โจทก์นำยึดเพื่อขายทอดตลาด เป็นสิทธิที่จำเลยได้มาจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ผู้ให้เช่าเมื่อผู้ให้เช่าไม่อนุญาตให้นำสิทธิการเช่าตึกแถวออกขายทอดตลาดเพราะประสงค์จะนำมาหาประโยชน์ด้วยตนเอง สิทธิการเช่าดังกล่าวจึงเป็นสิทธิเฉพาะตัวและเมื่อไม่มีข้อตกลงให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าได้ สิทธิการเช่ารายนี้จึงเป็นทรัพย์สินที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมายไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 285(4) โจทก์จึงไม่มีสิทธินำยึดออกขายทอดตลาดได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดสิทธิการเช่าตึกแถวแล้วเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประเมินราคาไว้จึงเป็นทรัพย์สินที่มีราคาอยู่ในตัว แม้จะไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามกฎหมายโจทก์ผู้นำยึดจึงต้องเสียค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.285 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน130,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2531 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่กำหนดให้จำเลยหาประกัน สำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์จึงขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดสิทธิการเช่าตึกแถว เลขที่ 97/29ถนนชุมพล ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งจำเลยเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาแต่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มีหนังสือลงวันที่ 10 ตุลาคม2533 แจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า ไม่อาจอนุญาตให้นำสิทธิการเช่าตึกแถวที่ยึดออกขายทอดตลาด เพราะมีนโยบายที่จะนำออกจัดหาประโยชน์ด้วยตนเอง เจ้าพนักงานบังคับคดีได้รายงานศาลให้แจ้งโจทก์ถอนการยึดสิทธิการเช่าตึกแถวและเสียค่าธรรมเนียมการยึดแล้วไม่มีการขายร้อยละ 3.5 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเห็นชอบตามรายงานของเจ้าพนักงานบังคับคดี โจทก์ยื่นคำแถลงฉบับลงวันที่ 15 ตุลาคม 2533 ว่า หนังสือของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่มีถึงเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าไม่อาจอนุญาตให้นำสิทธิการเช่าตึกแถวที่โจทก์นำยึดไว้ขายทอดตลาดได้นั้น ไม่ใช่เหตุที่จะต้องงดการบังคับคดี การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ถอนการบังคับคดีจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายขอให้สั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์จัดการถอนการบังคับคดีตามหนังสือของเจ้าพนักงานบังคับคดีให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วให้เจ้าพนักงานบังคับคดีพิจารณาจัดการให้ตามข้อต่อไป โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า สิทธิการเช่าตึกแถวที่โจทก์นำยึดเพื่อขายทอดตลาด เป็นสิทธิที่จำเลยได้มาจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ผู้ให้เช่า เมื่อสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไม่อนุญาตให้นำสิทธิการเช่าตึกแถวออกขายทอดตลาดเพราะประสงค์จะนำมาหาประโยชน์ด้วยตนเอง ผลจึงเป็นว่าสิทธิการเช่าระหว่างสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์กับจำเลยเป็นสิทธิเฉพาะตัว และไม่มีข้อตกลงให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าได้สิทธิการเช่ารายนี้จึงเป็นทรัพย์สินที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมายจึงไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 285(4) โจทก์จึงไม่มีสิทธินำยึดออกขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้โจทก์ได้ ที่โจทก์ฎีกาว่า หากศาลฎีกาเห็นว่า สิทธิการเช่าตึกแถวไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีต้องถือว่าทรัพย์สินรายนี้ไม่มีราคาต่อไป โจทก์ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเป็นเงิน 3,500 บาท นั้นเห็นว่า เมื่อโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดสิทธิการเช่าตึกแถวแล้วเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประเมินราคาไว้ 100,000 บาท จึงเป็นทรัพย์สินที่มีราคาอยู่ในตัว แต่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามกฎหมาย โจทก์ผู้นำยึดจึงต้องเสียค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2227/2537 นาย วิรัช เกาลวณิชย์ โจทก์ นาย สม เกียรติ ศิริติกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย วิรัช เกาลวณิชย์ · จำเลย - นาย สม เกียรติ ศิริติกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมภพ โชติกวณิชย์ · นิเวศน์ คำผอง · บุญธรรม อยู่พุก
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1950/2518ฎีกา 662/2473ฎีกา 247/2501ฎีกา 541/2509ฎีกา 866/2493ฎีกา 114/2488ฎีกา 40/2516ฎีกา 5334/2533ฎีกา 1479/2523ฎีกา 901/2498ฎีกา 23/2508ฎีกา 620/2508ฎีกา 1407/2513ฎีกา 137/2513ฎีกา 7448/2550ฎีกา 1906/2535ฎีกา 1080/2532ฎีกา 5268/2533ฎีกา 1394/2500ฎีกา 6827/2537ฎีกา 935/2508ฎีกา 1039/2485ฎีกา 704/2508ฎีกา 3428-3429/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ