⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 935/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิการเช่าที่ได้มาระหว่างสมรสเป็นสินสมรส ภรรยาจะโอนสิทธิการเช่าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากสามีไม่ได้ แต่หากภรรยาบอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว สามีจะบอกล้างการบอกเลิกสัญญาหรือการโอนสิทธิการเช่าไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

สิทธิการเช่าซึ่งได้แก่สิทธิที่จะได้ใช้หรือได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินที่เช่า ซึ่งหญิงมีสามีได้มาระหว่างสมรส ย่อมเป็นสินบริคณห์ ซึ่งภรรยาถ้าทำการผูกพันสิทธิการเช่าโดยมิได้รับอนุญาตจากสามีแล้ว สามีอาจบอกล้างเสียได้ แต่จะต้องไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิของผู้ให้เช่าด้วย เพราะสิทธิการเช่าจะต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมาย และสัญญาเช่า การที่ภรรยาซึ่งเป็นผู้เช่าได้สิทธิการเช่ามาในระหว่างสมรส และโอนสิทธิการเช่าให้บุคคลอื่นโดยผู้ให้เช่ายินยอมด้วย ในเมื่อการเช่าทรัพย์เป็นสิทธิเฉพาะตัว ถ้าภรรยาซึ่งเป็นผู้เช่าบอกเลิกสัญญาเช่าต่อผู้ให้เช่าแล้ว สามีย่อมบอกล้างการบอกเลิกสัญญานั้นไม่ได้ ฉะนั้น สามีย่อมจะบอกล้างการโอนการเช่าดังกล่าวเพื่อให้กลับมีสภาพคงคืนตามสัญญาเช่าเดิมก็ไม่ได้ดุจกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.38 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.544 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.798 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1329

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นสามีจำเลยที่ ๑ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๐ จำเลยที่ ๑ โดยความยินยอมของโจทก์และทำการแทนโจทก์ ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินและโรงเรือนจากจำเลยที่ ๓ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ถือว่าเป็นเคหะได้รับความคุ้มครอง ต่อมาจำเลยสมคบกันโดยจำเลยที่ ๒ จัดให้จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาโอนสิทธิการเช่าให้จำเลยที่ ๒ แล้วจำเลยที่ ๓ ได้เปลี่ยนตัวผู้เช่าใหม่ จากจำเลยที่ ๑ มาเป็นจำเลยที่ ๒ แทน นิติกรรมจึงเป็นโมฆียะจึงขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสามจัดการโอนสิทธิการเช่ามาเป็นของจำเลยที่ ๑ ห้ามจำเลยที่ ๒ เกี่ยวข้อง หากไม่ปฏิบัติตามให้จำเลยที่ ๓ ใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสมให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า แม้จะฟังว่าจำเลยที่ ๑ เป็นภรรยาโจทก์และได้สิทธิการเช่ามาในระหว่างเป็นสามีภรรยากันและจำเลยที่ ๑ โอนสิทธิการเช่าให้จำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๓ ยินยอมก็ตาม แต่การเช่าทรัพย์เป็นสิทธิเฉพาะตัวเมื่อโจทก์ยินยอมมอบให้จำเลยที่ ๑ ไปทำสัญญาเช่าโดยโจทก์ไม่ได้เปิดเผยชื่อตัวการ โจทก์ไม่อาจจะกระทำการใด ๆ ให้เสื่อมเสียแก่บุคคลภายนอกได้ โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดียังมีข้อเท็จจริงที่ศาลจะต้องสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป พิพากษายกให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยให้สิ้นความแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สิทธิการเช่าคือสิทธิที่จะได้ใช้หรือได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินซึ่งจำเลยที่ ๑ ได้มานั้น เป็นทรัพย์สินอันเป็นสินสมรสและสินบริคณห์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ตามธรรมดา ถ้าจำเลยที่ ๑ ทำการอันเป็นการผูกพันสิทธิการเช่าโดยมิได้รับอนุญาตจากโจทก์แล้ว โจทก์อาจบอกล้างเสียได้ แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นเรื่องที่ไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิของผู้ให้เช่า แต่ถ้ากระทบกระทั่งถึงสิทธิของผู้ให้เช่าแล้ว จะต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมายอันว่าด้วยการเช่าและสัญญาเช่า ดังคำพิพากษาฎีกาที่ ๑/๒๕๐๒ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๔๔ บัญญัติห้ามมิให้ผู้เช่าเอกทรัพย์สินที่เช่าไปให้เช่าช่วง และห้ามโอนสิทธิการเช่าไปให้แก่บุคคลภายนอก บทบัญญัติมาตรานี้ย่อมเป็นหลักอยู่ว่า สิทธิเรียกร้องที่จะได้ใช้หรือรับประโยชน์จากทรัพย์สินที่เช่าต่อผู้ให้เช่านั้น เป็นสิทธิเฉพาะตัวผู้เช่าเท่านั้น จะโอนจะแบ่งตามกฎหมายครอบครัวก็ดี ตามนิติกรรมก็ดี ถ้ามิได้มีข้อตกลงไว้ในสัญญาเช่า หรือมิได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าแล้ว ก็เป็นอันว่าจะโอนจะแบ่งไปยังบุคคลภายนอกแม้จะเป็นสามีหรือภรรยาหรือทายาทของผู้เช่าไม่ได้ หลักกฎหมายว่าด้วยการเช่ามีข้อจำกัดอยู่ดังนี้ จึงมีผลไปถึงว่า ถ้าภรรยาซึ่งเป็นผู้เช่าบอกเลิกสัญญาเช่าต่อผู้ให้เช่าแล้ว สามีก็บอกล้างการบอกเลิกสัญญานั้นไม่ได้สำหรับการโอนการเช่าในคดีนี้ ก่อให้เกิดผล ๒ ประการ คือ สัญญาเช่าระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๓ เลิกหรือระงับไป และมีสัญญาเช่าระหว่างจำเลยที่ ๒ กับจำเลยที่ ๓ ขึ้น โจทก์จะบอกเลิกล้างการโอนการเช่าในคดีนี้เพื่อให้กลับมีสภาพคงคืนตามสัญญาเช่าเดิมหาได้ไม่ พิพากษากลับ ให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2508 นายเยียกบ๊วย แซ่ลี้ โจทก์ นายเกียว แซ่ลี้ ที่ 1 กรมวิสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยนายสนั่น สุมิตร อธิบดี ที่ 2 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมาหากษัตริย์ โดยพลจัตวา หม่อมทวีวงส์ถวัลย์ศักดิ์ ผู้อำนวยการที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเยียกบ๊วย แซ่ลี้ · โดยนายสนั่น - นายเกียว แซ่ลี้ ที่ 1 กรมวิสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ · โดยพลจัตวา - สุมิตร อธิบดี ที่ 2 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมาหากษัตริย์ · จำเลย - หม่อมทวีวงส์ถวัลย์ศักดิ์ ผู้อำนวยการที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัยนิตินาท · คร้าม สิวายะวิโรจน์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายประพนธ์ ศาตะมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 768/2518ฎีกา 1052/2480ฎีกา 1778/2509ฎีกา 3285/2532ฎีกา 1369/2479ฎีกา 480/2534ฎีกา 2297/2541ฎีกา 874/2481ฎีกา 2680/2551ฎีกา 3758/2541ฎีกา 317/2527ฎีกา 436/2512ฎีกา 882/2510ฎีกา 242/2511ฎีกา 5542/2542ฎีกา 2427/2518ฎีกา 734/2516ฎีกา 534/2509ฎีกา 767/2518ฎีกา 1678/2512ฎีกา 7609/2555ฎีกา 2505/2524ฎีกา 1111/2494ฎีกา 1452/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา