⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1906/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1906/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การข่มขู่ว่าจะรื้อหรือเผาบ้าน ถือเป็นภัยอันเกิดจากการกรรโชกที่ทำให้ผู้ถูกข่มขู่กลัวว่าจะเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินอันใกล้จะถึงและร้ายแรง สัญญาที่ทำขึ้นเพราะถูกข่มขู่เช่นนี้จึงเป็นโมฆียะ และการบอกล้างสัญญาโมฆียะดังกล่าวมีผลทำให้สัญญานั้นเป็นโมฆะโดยสิ้นเชิง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กับพวกประมาณ 8 คน ไปที่บ้านจำเลยซึ่งมีเพียงจำเลยอาศัยอยู่กับบุตร 2 คน อายุ 10 ปี และ 12 ปี แล้วโจทก์ข่มขู่จำเลยว่าหากไม่ลงชื่อในสัญญากู้จะรื้อหรือเผาบ้านจำเลยนั้น ถือได้ว่าเป็นภัยถึงขนาดที่จะจูงใจจำเลยให้มีมูลต้องกลัวว่าจะเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของตนเองอันใกล้จะถึงและร้ายแรงเท่ากับที่จะพึงกลัวต่อการอันเขากรรโชกเอานั้น สัญญากู้ที่จำเลยทำให้แก่โจทก์จึงเป็นโมฆียะ เมื่อโจทก์ฟ้องบังคับตามสัญญากู้ จำเลยให้การปฏิเสธโดยอ้างเหตุดังกล่าว ถือได้ว่าจำเลยบอกล้างสัญญากู้อันเป็นโมฆียะกรรมนั้นแล้วสัญญากู้จึงเป็นโมฆะ โจทก์จึงไม่อาจฟ้องบังคับให้จำเลยรับผิดตามสัญญากู้ดังกล่าวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.121 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.126 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.137 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้กู้ยืมจำนวน 70,400 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จำเลยให้การว่า โจทก์อ้างว่าสามีจำเลยเป็นหนี้กู้ยืมรวมเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเงิน 70,400 บาท แล้วข่มขู่ให้จำเลยลงชื่อในสัญญากู้เงิน มิฉะนั้นจะรื้อทำลายหรือเผาบ้านจำเลย จำเลยกลัวจึงยอมลงชื่อในสัญญากู้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทำสัญญากู้ให้แก่โจทก์เพราะถูกโจทก์ข่มขู่จริง การที่โจทก์กับพวกประมาณ 8 คน ไปที่บ้านจำเลยซึ่งมีเพียงจำเลยอาศัยอยู่กับบุตร 2 คน อายุ 10 ปี และ 12 ปีตามลำดับ แล้วโจทก์ข่มขู่จำเลยว่าถ้าหากไม่ลงชื่อในสัญญากู้จะรื้อหรือเผาบ้านจำเลยนั้น ย่อมเป็นภัยอันถึงขนาดที่จะจูงใจจำเลยให้มีมูลต้องกลัวว่าจะเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของตนเองอันใกล้จะถึงและร้ายแรงเท่ากับที่จะพึงกลัวต่อการอันเขากรรโชกเอานั้น ฉะนั้นสัญญากู้ที่จำเลยทำให้แก่โจทก์จึงเป็นโมฆียะ เมื่อโจทก์ฟ้องบังคับตามสัญญากู้ดังกล่าวจำเลยได้ให้การปฏิเสธความรับผิดโดยอ้างมูลเหตุดังกล่าว ย่อมถือได้ว่า จำเลยบอกล้างสัญญากู้อันเป็นโมฆียะกรรมนั้นแล้ว สัญญากู้ที่จำเลยทำให้แก่โจทก์จึงเป็นโมฆะมาแต่แรก โจทก์จึงไม่อาจฟ้องบังคับจำเลยให้รับผิดตามสัญญากู้ดังกล่าวได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1906/2535 นาย สิงคำหรือคำ ตายะ โจทก์ นาง แปงหรือติ๊บวงค์ สันติพงค์ ฯ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สิงคำหรือคำ ตายะ · จำเลย - นาง แปงหรือติ๊บวงค์ สันติพงค์ ฯ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนพ กีรติยุติ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1950/2518ฎีกา 635/2484ฎีกา 1561/2520ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 623/2529ฎีกา 662/2473ฎีกา 541/2509ฎีกา 247/2501ฎีกา 119-120/2507ฎีกา 819/2500ฎีกา 866/2493ฎีกา 114/2488ฎีกา 920/2480ฎีกา 40/2516ฎีกา 5334/2533ฎีกา 1479/2523ฎีกา 901/2498ฎีกา 1523-1524/2528ฎีกา 620/2508ฎีกา 626/2474ฎีกา 1407/2513ฎีกา 137/2513ฎีกา 937/2490ฎีกา 5268/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา