⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 707-708/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 707-708/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อวันสุดท้ายของการไถ่ทรัพย์สินตกเป็นวันหยุดราชการ ผู้ขายฝากมีสิทธิขอไถ่ทรัพย์สินได้ในวันทำการถัดไป * หนังสือที่ผู้ขายฝากทำขึ้นตามคำข่มขู่ของผู้ซื้อฝาก โดยที่ข้อความไม่ตรงกับความจริง ไม่ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่ผู้ขายฝากสละสิทธิไถ่ถอน * การคิดผลประโยชน์ในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน เป็นสินไถ่ตามสัญญาขายฝาก ไม่เป็นการฝ่าฝืนความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี

ย่อคำพิพากษา

สัญญาขายฝากทำเมื่อ 30 กันยายน 2498 กำหนดไถ่ใน 15 เดือน วันสุดท้ายที่จะไถ่ได้คือวันที่ 31 ธันวาคม 2499 แต่วันนั้นและวันที่ 1 - 2 มกราคม 2500 เป็นวันหยุดราชการ ผู้ขายฝากจึงมีสิทธิขอไถ่ได้ในวันที่ 3 มกราคม 2500 ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 161 ผู้ขายฝากพร้อมที่จะไถ่ได้ในกำหนดแล้ว ผู้ซื้อฝากบิดพลิ้วและข่มขู่ให้ผู้ขายฝากทำหนังสือขึ้นว่าสัญญาขายฝากหมดกำหนดไถ่ถอนแล้ว และทรัพย์หลุดเป็นสิทธิแล้ว ซึ่งไม่ตรงกับความจริง นั้น หนังสือนั้นไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความว่าผู้ขายฝากสละสิทธิไถ่ถอน และไม่ทำให้ผู้ขายฝากหมดสิทธิไถ่ถอน ขายฝากกัน 7 แสนบาท แต่ระบุในสัญญาเป็น 868,000 บาท โดยผู้ซื้อฝากคิดเอาผลประโยชน์อีกร้อยละ 2 ต่อเดือน ใน 1 ปี นั้น ย่อมทำได้ และเป็นสินไถ่ตามมาตรา 499 ที่ผู้ขายฝากต้องไถ่ในราคานี้ ไม่ฝ่าฝืนความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.126 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.159 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.161 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.496 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.499 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า จำเลยขายฝากที่ดินโฉนดพร้อมสิ่งปลูกสร้างแล้วเช่าจากโจทก์ ๑๕ เดือน ครบกำหนดแล้วไม่ไถ่และได้เลิกการเช่ากันโดยจำเลยรับเงินค่าขนย้าย ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วไม่ออก จึงขอให้ขับไล่และส่งมอบบ้านเช่าคืน จำเลยให้การว่าได้ใช้สิทธิไถ่ในกำหนดแล้วโจทก์ไม่ทำการไถ่ถอนให้ จำเลยเคยทำหนังสือหลุดเป็นสิทธิจริง แต่โดยถูกข่มขู่ จะให้ตำรวจจับฐานออกเช็คไม่มีเงินแก่เจ้าหนี้ของจำเลย ๆ ได้บอกล้างโมฆียะกรรมนั้นแล้ว ขอให้ยกฟ้อง สำนวนหลังจำเลยกลับเป็นโจทก์ฟ้องขอไถ่ในราคา ๗๐๐,๐๐๐ บาท ยอดเงินขายฝากที่ทำไว้ ๘๖๘,๐๐๐ บาทนั้น จำเลยคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๒ ใน ๑ ปี เป็นเงิน ๑๖๘,๐๐๐ บาทซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยให้การดังฟ้อง สำนวนแรก ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาแล้ว พิพากษสาให้จับไล่นางหมุยแช ในสำนวนแรก และยกฟ้องของนางหมุยแช ในสำนวนหลัง นางหมุยแช อุทธรณ์ ทั้ง ๒ สำนวน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องนายวิชัยในสำนวนแรก และให้นายวิชัยรับการไถ่ถอน ๗๐๐,๐๐๐ บาท ในสำนวนหลัง นายวิชัย ฎีกาทั้ง ๒ สำนวน ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาขายฝากได้ทำกันเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๔๙๘ กำหนดไถ่ใน ๑๕ เดือน วันสุดท้ายที่ผู้ขายฝากจะใช้สิทธิไถ่ได้ตกวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๔๙๙ แต่ปรากฏว่าวันที่ ๓๐ - ๓๑ ธันวาคม ๒๔๙๙ และวันที่ ๑ - ๒ มกราคม ๒๕๐๐ เป็นวันหยุดราชการ ฉะนั้น การที่โจทก์จำเลยนัดไป-ไถ่ถอนทางทะเบียนเมื่อวันที่๓ มกราคม ๒๕๐๐ จึงไม่ใช่เรื่องขยายเวลาไถ่ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๙๖ กรณีต้องด้วย มาตรา ๑๖๑ นางหมุยแซยังมีสิทธิไถ่ได้อยู่ และข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นางหมุยแช พร้อมที่จะไถ่ได้ด้วยเช็คของผู้จะซื้อที่ดินแล้ว แต่นายวิชัยบิดพลิ้วไม่ยอมจดทะเบียนไถ่ให้เอง ส่วนเอกสาร ล.๑ ที่มีข้อความว่า สัญญาขายฝากหมดกำหนดไถ่ถอนและทรัพย์สินที่ขายฝากหลุดเป็นสิทธิแก่นายวิชัยแล้วนั้น ก็เชื่อว่าได้มีการข่มขู่จะให้ตำรวจจับจริงฐานออกเช็คไม่มีเงินและถึงอย่างไร เอกสาร ล.๑ นี้ก็ไม่ใช่สัญญาประนีประนอม ว่านางหมุยแช สละสิทธิการไถ่ เป็นแต่การกล่าวข้อความซึ่งไม่เป็นความจริง หาทำให้ากรที่นางหมุยแช ได้ใช้สิทธิไถ่โดยชอบแล้วกลายเป็นหมดสิทธิไถ่ไปได้ไม่ ส่วนปัญหาว่าจะต้องไถ่ในราคาเท่าใดนั้น ศาลฎีกาเห็นด้วย ศาลอุทธรณ์ว่า การขายฝากย่อมเรียกดอกเบี้ยไม่ได้ แต่ตามมาตรา ๔๙๙ แสดงว่า ผู้ซื้อฝากอาจกำหนดสินไถ่เพิ่มจากราคาที่ขายฝากเป็นจำนวนเท่าใดก็ได้ ฉะนั้น การที่นายสิชัยคิดเอาผลประโยชน์ในการซื้อฝากอีกร้อยละ ๒ ต่อเดือน ใน ๑ ปีแล้วระบุลงในสัญญาว่าขายฝากกัน ๘๖๘,๐๐๐ บาท จึงเท่ากับเป็นการกำหนดสินไถ่กันไว้ตาม มาตรา ๔๙๙ นั่นเอง ไม่เป็นการฝ่าฝืนความสงบเรียกร้อยหรือศีลธรรมอันดีอย่างไร จึงพิพากษาแก้ให้นายวิชัยรับไถ่ถอน ในราคา ๖๘๖,๐๐๐ บาท โดยให้โจทก์นำเงินจำนวนนี้มาวางศาลในเวลา ๓๐ วัน นับแต่วันพิพากษา มิฉะนั้น ให้ทรัพย์สินที่ขายฝากหลุดเป็นสิทธิแก่นายวิชัย นอกนั้นยืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 707 - 708/2505 นายวิชัย มาลีนนท์ โจทก์ นางหมุยแช อินทรสมบูรณ์ จำเลย นางหมุยแช อินทรสมบูรณ์ โจทก์ นายวิชัย มาลีนนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิชัย มาลีนนท์ · จำเลย - นางหมุยแช อินทรสมบูรณ์ · โจทก์ - นางหมุยแช อินทรสมบูรณ์ · จำเลย - นายวิชัย มาลีนนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · อนุสสรนิติสาร · อรรถไพศาลศรุดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายไพโรจน์ไวกาสี · ศาลอุทธรณ์ - นายธงไชย จาตุรงคกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3245/2534ฎีกา 129/2501ฎีกา 886/2515ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 3026/2517ฎีกา 548/2522ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 3024/2528ฎีกา 1063/2549ฎีกา 953/2505ฎีกา 3053/2527ฎีกา 6103/2545ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 174/2538ฎีกา 2635/2527ฎีกา 5712/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา