⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1049-1050/2485

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1049-1050/2485

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างว่าถูกกลฉ้อฉลหรือสัญญาเป็นเท็จ ต้องระบุข้อความอันเป็นเท็จหรือการหลอกลวงที่จำเลยกระทำต่อโจทก์ให้ชัดเจน

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทกล่าวว่าโจทถูกจูงไจด้วยกลฉ้อฉลของจำเลยไห้หลงเข้าทำสัญญาโดยโจทมิได้บันยายว่าจำเลยกล่าวอ้างความจิงอันไดต่อโจทและเปนเท็ดหย่างไร จึงจูงไจไห้โจทเข้าทำสัญญา ย่อมเปนฟ้องที่ไม่แน่นอน , โจทฟ้องกล่าวว่า สัญญาลงวันที่ 16 พรึสจิกายน 2482 ไม่ไช่สัญญาที่แท้จิงและบริสุทธิอาดทำปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือปลอมข้อความบางส่วนหรือทำขึ้นด้วยการหลอกลวงโดยไม่รู้เท่าถึงความจิงไม่ยืนยันว่าจำเลยหลอกลวงโจทว่ากะไร ความจิงเปนหย่างไร ย่อมเปนฟ้องเคลือบคลุม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.121

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทเปนภรรยานายเหียกวงเอี่ยมผู้วายชนม์และเปนผู้รับมรดก โจทได้ทำสัญญาว่าจะต้องขายนาตำบนบางลาว จังหวัดสมุทปราการ ๒๗๐๐ ไร่เสสไห้แก่จำเลยเปนเงิน ๑๕๐๐๐ บาท บัดนี้โจทฟ้องขอเลิกสัญญาโดยอาสัยเหตุว่าโจทเข้าทำสัญญาโดยถูกจำเลยหลอกลวงและโดยสำคันผิด จำเลยไห้การต่อสู้และตัดฟ้องว่าฟ้องของโจทไม่แน่นอน เปนฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกดหมาย และฟ้องแย้งว่าโจทเปนฝ่ายผิดนัดขอไห้บังคับไห้โจทขายนาไห้จำเลยตามสัญญา โจทไห้การต่อสู้ว่าจำเลยฟ้องแย้งไม่ได้ สาลชั้นต้นวินิฉัยว่าฟ้องโจทเคลือบคลุมและการที่โจทมาฟ้องขอเลิกสัญญาที่เปนการสแดงว่า โจทไม่ยอมขายนาไห้จำเลย ๆ จึงฟ้องแย้งขอบังคับตามสัญญาได้ทันที พิพากสาไห้ยกฟ้องโจท ไห้โจทโอนขายที่นารายนี้ไห้แก่จำเลยโดยรับเงินที่ยังค้าง ๑๔๐๐๐ บาท โจทอุธรน์ สาลอุธรน์ฟังว่าฟ้องโจทได้บันยายมูลเหตุว่า โจทเข้าทำสัญญาโดยถูกหลอกลวงไห้หลงว่า นายเหียกวงเอี่ยมได้ทำสัญญากับจำเลย และสัญญานั้นยังคงไช้ได้หยู่ซึ่งโจทผู้เปนทายาทต้องผูกพันไม่เปนฟ้องเคลือบคลุมและโจทเข้าทำสัญญาโดยถูกหลอกลวงถึงขนาด ซึ่งโจทมีสิทธิเลิกสัญญาได้ตามป.พ.พ.มาตรา ๑๒๑ วัคต้น มาตรา ๑๒๒ และ ๑๑๙ จึงพิพากสากลับไห้สัญญาขายนาระหว่างโจทจำเลยเปนอันเลิกไปตามฟ้อง และยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยดีกา สาลดีกาวินิฉัยว่าฟ้องโจทเพียงกล่าวเปนเชิงว่าโจทถูกจูงไจด้วยกลฉ้อฉลของจำเลยไห้หลงเข้าทำสัญญา แต่โจทมิได้บันยายว่า จำเลยกล่าวอ้างความจิงอันไดต่อโจทและเปนเท็ดหย่างไร จึงจูงไจไห้โจทเข้าทำสัญญา จึงเปนฟ้องที่ไม่แน่นอนและฟ้องอีกข้อหนึ่งกล่าวว่า สัญญาลงวันที่ ๑๖ พรึสจิกายน ๒๔๘๒ ไม่ไช่สัญญาที่แท้จิงและบริสุทธิ์อาดทำปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือปลอมข้อความบางส่วนหรือทำขึ้นด้วยการหลอกลวงโดยไม่รู้เท่าถึงความจิง ไม่ยืนยันว่าจำเลยหลอกลวงโจทว่ากะไร ความจิงเปนหย่างไร สาลดีกาจึงเห็นว่าฟ้องโจทไนเรื่องกลฉ้อฉลนี้ เปนฟ้องเคลือบคลุม เมื่อข้อเท็ดจิงฟังได้ว่าโจทได้ทำสัญญาขายนาไห้จำเลยด้วยความสมัครไจ แม้จะมีเหตุที่จูงไจไห้เจ้าทำสัญญา โจทก็หามีสิทธิจะเลิกสัญญาได้ไม่และมื่อโจทขอเลิกสัญญาก็เปนการสแดงหยู่ไนตัวว่าโจทไม่ประสงค์ปติบัติตามสัญญา จำเลยชอบที่จะฟ้องแย้งขอไห้บังคับโจทขายนาแก่จำเลยตามสัญญาได้ จึงพิพากสากลับไห้บังคับคดีตามคำพิพากสาสาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1049 - 1050/2485 นางเยียกเอง แซ่เล้า โจทก์ นางลิ้นจี่ ชยากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเยียกเอง แซ่เล้า · จำเลย - นางลิ้นจี่ ชยากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชม จามรมาน · คง อิสรภักดี · ทิพปัญญา อ. บุปผเวส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงสรนัย+ · ศาลอุทธรณ์ - พระนนทปริ+
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1561/2520ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 56/2520ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3601/2526ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา