⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 658/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบอกล้างโมฆียะกรรมต้องเป็นการแสดงเจตนาต่อคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งโดยชัดแจ้ง ไม่ใช่การฟ้องคดีอาญาเพื่อลงโทษอีกฝ่ายหนึ่ง

ย่อคำพิพากษา

การบอกล้างโมฆียะกรรมนั้น คู่กรณีฝ่ายที่มีสิทธิบอกล้างจะต้องแสดงเจตนาต่อคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งโดยชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 137,140 การที่ผู้ร้องฟ้องจำเลยที่ 3 เป็นคดีอาญาในความผิดฐานฉ้อโกงก็โดยประสงค์จะให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3 ในทางอาญาจึงไม่เป็นการแสดงเจตนาบอกล้างโมฆียะกรรมตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.137 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.140

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง 3 ขอให้ร่วมกันรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินในฐานะจำเลยที่ 1 เป็นลูกหนี้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานะผู้ค้ำประกันและผู้จำนองพร้อมทั้งขอบังคับจำนอง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้ง 3 ร่วมกันชำระเงินตามสัญญารับสภาพหนี้และตั๋วสัญญาใช้เงิน หากจำเลยทั้ง 3 ไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ขอยึดทรัพย์จำเลยไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยทั้งสามไว้ตามคำขอของโจทก์ ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 3 ได้ขายฝากที่ดินดังกล่าวไว้แก่ผู้ร้องมีกำหนดหนึ่งปี จำเลยที่ 3 มิได้ไถ่ถอนภายในเวลาที่กำหนด ต่อมาวันที่ 7 สิงหาคม 2521 กองยึดอายัดและจำหน่ายทรัพย์สิน ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องทราบว่า ศาลจังหวัดนครราชสีมาได้ยึดที่ดินทั้ง 2 แปลงดังกล่าวไว้แทนศาลแพ่ง ความจริงที่ดินนี้ได้ตกเป็นของผู้ร้องแล้ว หาใช่ของจำเลยไม่ ขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ให้การแก้คำร้องขัดทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยที่ดินพิพาททั้งสองแปลง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การบอกล้างโมฆียะกรรมนั้นคู่กรณีฝ่ายที่มีสิทธิบอกล้างจะต้องแสดงเจตนาต่อคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งโดยชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 137, 140 แต่การที่ผู้ร้องฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาความผิดฐานฉ้อโกงก็โดยประสงค์จะให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3 ในทางอาญา หาใช่ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาขายฝากที่เป็นโมฆียะนั้นไม่จึงไม่เป็นการแสดงเจตนาบอกล้างโมฆียะกรรมตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว และการที่ผู้ร้องกับจำเลยที่ 3 ตกลงกันทำสัญญาจะซื้อจะขายที่พิพาทคืนโดยวิธีผ่อนชำระราคา ก็เป็นการแสดงอยู่ในตัวว่า ผู้ร้องถือว่าที่พิพาทยังเป็นของผู้ร้องอยู่ ทั้งปรากฏว่าเมื่อจำเลยที่ 3 ผิดสัญญา ผู้ร้องก็บอกเลิกสัญญาจะซื้อขายนั้นแล้ว พฤติการณ์เช่นนี้จึงหามีผลเป็นการบอกล้างโมฆียะกรรมดังโจทก์ฎีกาไม่ ที่พิพาทยังคงเป็นของผู้ร้องอยู่ ผู้ร้องจึงมีสิทธิร้องให้ปล่อยทรัพย์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2525 บริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จำกัด โจทก์ นายศักดา บุณยรักษ์ ผู้ร้อง บริษัทแป้งมันวารินทร์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จำกัด · ผู้ร้อง - นายศักดา บุณยรักษ์ · จำเลย - บริษัทแป้งมันวารินทร์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ สังขนันท์ · ทวี กสิยพงศ์ · ธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 635/2484ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 247/2501ฎีกา 4725/2534ฎีกา 819/2500ฎีกา 920/2480ฎีกา 901/2498ฎีกา 137/2513ฎีกา 937/2490ฎีกา 6810/2537ฎีกา 1906/2535ฎีกา 1394/2500ฎีกา 1006/2511ฎีกา 4586/2551ฎีกา 1835/2534ฎีกา 8368/2538ฎีกา 370/2498ฎีกา 5417/2537ฎีกา 1569/2519ฎีกา 148/2488ฎีกา 4/2498ฎีกา 5423/2541ฎีกา 5793/2531ฎีกา 3237/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา