คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 84-85/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่ภริยาจำนองสินสมรสโดยไม่ได้รับความยินยอมจากสามีนั้น เป็นโมฆียะกรรมที่สามีจะบอกล้างได้ภายใน 1 ปีนับแต่ทราบการจำนอง หากสามีมิได้บอกล้างภายในกำหนด สัญญาจำนองย่อมสมบูรณ์ผูกพันสินสมรสนั้น
* ทายาทมีสิทธิรับมรดกความในคดีที่เจ้ามรดกฟ้องร้องหรือถูกฟ้องร้อง และดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้
ย่อคำพิพากษา
ภรรยาเอาที่ดินสินบริคณห์ไปจำนองไว้แก่บุคคลภายนอกโดยมิได้รับอนุญาตจากสามี ครั้นสามีรู้ความแล้วมิได้บอกล้างภายในเวลา 1 ปี สัญญาจำนองย่อมสมบูรณ์ผูกมัดสินบริคณห์นั้นทั้งหมดสามีจะบอกล้างภายหลังมิได้
ภรรยาทำนิติกรรมเกี่ยวกับสินบริคณห์โดยมิได้รับอนุญาตจากสมี ครั้งถูกศาลสั่งให้ยึดสินบริคณห์ สามีจึงร้องขัดทรัพย์และบอกล้างโมฆียะกรรม ในระหว่างคดีสามีตายดังนี้ ทายาทของสามีมีสิทธิรับมฤดกความดำเนินคดีชั้นร้องขัดทรัพย์นี้ต่อไปจนถึงที่สุดได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เด็กชายทองน่าน เด็กชายทัศนา เด็กชายเทียมแสง เด็กหญิงวิภา โดยนางเวชวิสิฐ ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้ร้อง
เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้บังคับการจำนอง จำเลยทำยอม โจทก์นำยึดที่ดินจำนอง ชุนเวชวิสิฐสามีจำเลยยื่นคำร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่รายนี้เป็นสินบริคณห์ จำเลยเอาไปจำนองโดยผู้ร้องมิได้อนุญาต จึงไม่ผูกพัน
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่าผู้ร้องทราบเรื่องการจำนองแล้วไม่ปฏิเสธเสียภายใน ๑ ปี สัญญาจำนองสมบูรณ์บอกล้างไม่ได้
เมื่อฟังคำสั่งเรื่องขัดทรัพย์แล้ว ขุนเวชวิสิฐฯถึงแก่ความตาย บุตร์ของผู้ร้อง ๔ คนยื่นคำร้องขอรับมฤดกความ ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้เด็ก ๔ คนรับมฤดกความและให้จำเลยซึ่งเป็นมารดาเป็นผู้ปกครองเด็กทั้ง ๔ ดำเนินคดีต่อไป
ในชั้นอุทธรณ์และฎีกา ฝ่ายโจทก์โต้เถียงว่าสิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมยอมตามไปตามตัวขุนเวชวิสิฐฯ ศาลจะสั่งให้เด็กรับมฤดกความมิได้ ฝ่ายผู้ร้องคัดค้านในเรื่องขัดทรัพย์ตลอดมา
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่าในปัญหาเรื่องรับมฤดกความนั้น เห็นว่าแม้ผู้ร้องในฐานะเป็นสามีจำเลยจะมีสิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมได้แต่ผู้เดียวก็ดี ผู้ร้องก็ได้ร้องขัดทรัพย์เป็นการบอกล้างอยู่ในตัวแล้วที่เด็ก ๔ คนขอรับมฤดกความจึงมิใช่การบอกล้างแต่อย่างใด เป็นเรื่องดำเนินคดีต่อไปจนกว่าจะถึงที่สุดเท่านั้น และการที่ผู้ร้องได้บอกล้างไว้ในศาลชั้นต้นต้องถือว่าได้บอกล้างต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เพราะฉะนั้นจะเรียกว่าเด็กทั้ง ๔ ตั้งต้นบอกล้างนั้นไม่ได้ฎีกาของโจทก์จึงตกไป ส่วนในเรื่องขัดทรัพย์นั้นคงฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องได้ทราบการจำนองนี้แต่ พ.ศ.๒๔๗๕ แต่มิได้บอกล้างเสียในกำหนดเวลาตามกฎหมาย จึงจะบอกล้างในขณะนี้มิได้ ส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่าไม่ต้องรับผิดในสินบริคณห์ส่วนของผู้ร้องนั้น เห็นว่าเมื่อผู้ร้องไม่ได้บอกล้างใน ๑ ปีตาม ม.๑๔๓ การกระทำของจำเลยก็กลายเป็นสมบูรณ์ผูกมัดสินบริคณห์ทั้งหมด พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 84 - 85/2481
ขุนจินดาสณวนิช โจทก์
นางเวซวิสิฐ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ขุนจินดาสณวนิช · จำเลย - นางเวซวิสิฐ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · นิติศาสตร์ · ดูปลาตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายมณี ชติวรรดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - พระสารนิติปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา