⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1005/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1005/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบอกล้างโมฆียะกรรมไม่จำเป็นต้องทำตามแบบพิธีที่กฎหมายกำหนดไว้ การแสดงเจตนาที่ชัดเจนว่าไม่ประสงค์ให้นิติกรรมมีผลต่อไป ถือเป็นการบอกล้างโมฆียะกรรมแล้ว

ย่อคำพิพากษา

การบอกล้างนิติกรรมนั้น กฎหมายมิได้กำหนดหรือบังคับไว้ว่าจะต้องทำอย่างไรด้วยแบบพิธีอย่างไร แม้หนังสือของโจทก์ที่มีถึงจำเลยจะมีใจความว่าให้จำเลยถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนด แล้วเอาที่ดินตามโฉนดนั้นมาแบ่งปันให้พี่น้องจำเลยก็ตาม แต่ก็เห็นได้ว่าโจทก์ประสงค์ไม่ให้นิติกรรม คือการลงชื่อจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินนั้นมีผลใช้ได้ต่อไป ซึ่งจะบังเกิดผลอย่างเดียวกับการบอกล้างโมฆียะกรรม ดังนี้ จึงถือได้ว่าโจทก์ได้บอกล้างโมฆียะกรรมแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.137

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์สมรสกับนางแฉ่ง สูนาสวน เมื่อพ.ศ. ๒๔๕๔ โดยนางแฉ่งมีที่ดิน ๑ แปลง โฉนดที่ ๘๕๕๒ ต่อมาเกิดสินสมรส คือที่ดินโฉนดที่ ๑๐๐ และ ๑๐๑ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒ จำเลยนำใบมอบอำนาจของนางแฉ่งไปจัดการโอนที่ดินโฉนดที่ ๘๕๕๒ ให้จำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบและในปีเดียวกันนางแฉ่งได้จดทะเบียนให้จำเลยถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดที่ ๑๐๐ และ ๑๐๑ ในส่วนของนางแฉ่งต่อมานางแฉ่งถึงแก่กรรม นายวิชัย สูนาสวน บุตรโจทก์ซึ่งเกิดกับนางแฉ่งได้ร้องขอรับมรดกของนางแฉ่ง จึงทราบความดังกล่าวข้างต้นโจทก์จึงบอกล้างนิติกรรมที่ทำขึ้นโดยมิชอบนั้น แต่จำเลยก็ไม่ถอนชื่อในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์ออกจากโฉนดนั้น ๆ ขอให้เพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดินโฉนดทั้งสามกลับมาเป็นของนางแฉ่งตามเดิม จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นบุตรนางแฉ่งเกิดกับนายง่วนห้อสามีเดิมของนางแฉ่ง ซึ่งได้ถึงแก่กรรมไปก่อนนางแฉ่งได้โจทก์เป็นสามีที่ดินโฉนดที่ ๘๕๕๒ เป็นของนางจูมารดานางแฉ่ง ยกให้จำเลยแต่ให้นางแฉ่งปกครองจนกว่าจำเลยจะบรรลุนิติภาวะ เมื่อจำเลยบรรลุนิติภาวะแล้ว จำเลยก็ได้ครอบครองตลอดมา และนางแฉ่งได้โอนให้จำเลยแล้วที่ดินโฉนดที่ ๑๐๐ และ ๑๐๑ นั้น มีข้อตกลงกันว่า ส่วนของนางแฉ่งให้ตกได้แก่บุตรนางแฉ่งที่เกิดกับนายง่วนห้อ ส่วนของโจทก์ให้ตกได้แก่บุตรโจทก์ที่เกิดกับนางแฉ่ง นางแฉ่งจึงโอนส่วนของตนให้จำเลยซึ่งโจทก์ทราบดี โจทก์ไม่เคยบอกล้างนิติกรรมอันเกี่ยวกับที่ดินนี้เลย การโอนที่ดิน ๓ แปลงที่โจทก์ฟ้องจึงเป็นการชอบ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นิติกรรมที่นางแฉ่งทำโอนส่วนของตนให้จำเลยไปเป็นโมฆียะกรรม แต่ฟังไม่ได้ว่าโจทก์บอกล้างโมฆียะกรรมนั้นแล้ว จึงเพิกถอนนิติกรรมการโอนนั้นมิได้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์บอกล้างนิติกรรมที่กล่าวแล้วพิพากษากลับ ให้ถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดที่ดินทั้ง ๓ แปลง แล้วลงชื่อนางแฉ่งเป็นเจ้าของไว้ตามเดิม จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้หนังสือของโจทก์ที่กำนันเอาไปให้จำเลยนั้นจะมีใจความสำคัญในเรื่องการบอกให้จำเลยถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดแล้วเอาที่ดินตามโฉนดนั้นมาแบ่งปันให้แก่พี่น้องของจำเลยก็ตามแต่การบอกให้ถอนชื่อออกแล้วเอาที่ดินตามโฉนดไปแบ่งปันให้แก่พี่น้องนั้น ก็เป็นการประสงค์ไม่ให้นิติกรรมคือการลงชื่อจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินในส่วนของนางแฉ่งไว้นั้นให้มีผลใช้ได้ต่อไปซึ่งจะบังเกิดผลอย่างเดียวกับการบอกล้างโมฆียะกรรมนั่นเอง และการบอกล้างโมฆียะกรรมนี้กฎหมายมิได้กำหนดหรือบังคับไว้ว่าจะต้องทำอย่างไร ด้วยแบบพิธีอย่างไร จึงถือได้ว่า โจทก์ได้บอกล้างโมฆียะกรรมแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1005/2511 นายจ้อย สูนาสวน โจทก์ นายแล สูนาสวน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจ้อย สูนาสวน · จำเลย - นายแล สูนาสวน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พันธ์ นัยวิฑิต · วิเชียร เศวตรุนทร์ · เนิ่น กฤษณะเศรนี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสวัสดิ์ สิกเสน · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม เพชรคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 635/2484ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 247/2501ฎีกา 819/2500ฎีกา 920/2480ฎีกา 901/2498ฎีกา 137/2513ฎีกา 937/2490ฎีกา 1906/2535ฎีกา 1394/2500ฎีกา 658/2525ฎีกา 1006/2511ฎีกา 4586/2551ฎีกา 1835/2534ฎีกา 8368/2538ฎีกา 370/2498ฎีกา 1569/2519ฎีกา 148/2488ฎีกา 4/2498ฎีกา 5793/2531ฎีกา 3237/2527ฎีกา 1175/2532ฎีกา 1553/2492ฎีกา 181/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา