คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1611/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ภรรยาทำบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินที่ซื้อขายโดยได้รับความยินยอมจากสามีแล้ว เป็นการกระทำที่สืบเนื่องมาจากนิติกรรมซื้อขายเดิม ภรรยาจึงไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากสามีอีก
ย่อคำพิพากษา
สามียินยอมให้ภรรยาทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินกับ ซ. แล้วภรรยาไปทำบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวมที่สำนักงานที่ดินยอมให้จำเลยซึ่งเป็นบุตรของ ซ. ถือกรรมสิทธิ์รวมในโฉนดที่ดินที่ซื้อขายกันแทน ซ. เป็นการกระทำที่สืบเนื่องมาจากนิติกรรมซื้อขายที่ดินที่สามียินยอมให้ภรรยาทำนั่นเอง ภรรยาไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากสามีอีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นสามีนางสงวน ดุลยพิจารณ์ โจทก์ที่ ๒ เป็นสามีนางจุ่นเซียน แซ่โง้ว ภรรยาโจทก์ทั้งสองได้ทำสัญญาขายที่ดินให้แก่นางซิ้วบ๊วย แซ่โก แล้วแบ่งแยกที่ดินไม่ได้เพราะเจ้าของที่ดินข้างเคียงคัดค้าน นางซิ้วบ๊วย แซ่โก จึงฟ้องภรรยาโจทก์ทั้งสองต่อศาลจังหวัดชลบุรี และตกลงประนีประนอมยอมความกัน โดยภรรยาโจทก์ทั้งสองให้นางซิ้วบ๊วยลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมด้วยศาลจังหวัดชลบุรีพิพากษาตามยอม ครั้นต่อมาภรรยาโจทก์ทั้งสองได้ไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรีลงชื่อจำเลยซึ่งเป็นบุตรนางซิ้วบ๊วย แซ่โก เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมในโฉนดตามที่นางซิ้วบ๊วยขอ เป็นการผิดเจตนาของโจทก์ทั้งสองเป็นการกระทำไม่ชอบโจทก์ทั้งสองบอกล้างการทำนิติกรรมดังกล่าวกับจำเลยแล้ว ขอให้ศาลพิพากษาว่าการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ร่วมในโฉนดที่ดินดังกล่าวเป็นโมฆะ และบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ร่วมที่จำเลยได้รับคืนให้แก่ภรรยาโจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยซื้อที่ดินจากภรรยาโจทก์ทั้งสอง แต่ขณะทำสัญญาจะซื้อขายจำเลยเป็นผู้เยาว์ นางซิ้วบ๊วย แซ่โกมารดาจึงทำสัญญาแต่ผู้เดียว เมื่อนางซิ้วบ๊วยฟ้องภรรยาโจทก์ทั้งสองภรรยาโจทก์ทั้งสองและนางซิ้วบ๊วย แซ่โก ตกลงกันให้จำเลยลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมในโฉนดโจทก์ทั้งสองไม่ใช่คู่สัญญากับนางซิ้วบ๊วยแซ่โก และไม่มีสิทธิบอกล้างนิติกรรม
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ยินยอมให้นางสงวนและนางจุ่นเซียนภรรยาโจทก์ทำนิติกรรมขายที่ดินให้นางซิ้วบ๊วยมารดาจำเลย เมื่อภรรยาโจทก์โอนใส่ชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกับภรรยาโจทก์สืบเนื่องมาจากนิติกรรมที่โจทก์ยินยอมให้ภรรยาโจทก์ขายที่ดินให้มารดาจำเลย โดยมารดาจำเลยและภรรยาโจทก์ยินยอม จึงเป็นนิติกรรมที่สมบูรณ์โจทก์ไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ยินยอมให้ภรรยาทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินจำนวน ๕ ไร่ กับนางซิ้วบ๊วยมารดาจำเลยแล้ว การที่ภรรยาโจทก์ไปทำบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวมที่สำนักงานที่ดินยอมให้จำเลย ซึ่งเป็นบุตรของนางซิ้วบ๊วยถือกรรมสิทธิ์รวมในโฉนดที่ดินที่ซื้อขายกันแทนนางซิ้วบ๊วย ก็เป็นการกระทำที่สืบเนื่องมาจากนิติกรรมซื้อขายที่ดินที่โจทก์ยินยอมให้ภรรยาทำนั้นเองจึงไม่จำเป็นที่จะต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นสามีอีก
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1611/2517
ร้อยตำรวจเอกพจน์ ดุลยพิจารณ์ ที่ 1 นายเปี๊ยะ แซ่ตั๊น ที่ 2 โจทก์
นายบรรลือศักดิ์ เรืองวิวัฒน์โรจน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ร้อยตำรวจเอกพจน์ ดุลยพิจารณ์ ที่ 1 นายเปี๊ยะ แซ่ตั๊น ที่ 2 · จำเลย - นายบรรลือศักดิ์ เรืองวิวัฒน์โรจน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กฤษณ์ โสภิตกุล · ยงยุทธ เลอลภ · อุดม จาละ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชลบุรี - นายรุทธ์ ถนอมกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายแถม ดุลยสุข |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา