คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2384/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการวินิจฉัยว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การหรือไม่ หากจำเลยมีถิ่นที่อยู่หรือหลักแหล่งที่ทำการงานเป็นปกติหลายแห่ง ให้ถือเอาแห่งใดแห่งหนึ่งเป็นภูมิลำเนา และการส่งหมายไปยังภูมิลำเนาที่ชอบด้วยกฎหมายนั้นมีผลให้จำเลยต้องยื่นคำให้การภายในกำหนดเวลา
ย่อคำพิพากษา
การขาดนัดยื่นคำให้การ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 197 วรรคแรกย่อมขึ้นอยู่กับว่าคู่ความฝ่ายนั้นได้รับหมายเรียกให้ยื่นคำให้การโดยชอบแล้วหรือไม่ด้วย ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการส่งหมายให้จำเลยชอบแล้ว อันมีผลให้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จึงตรงประเด็นแล้ว
จำเลยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามที่โจทก์ระบุไว้ในคำฟ้องที่จำเลยอ้างว่าจำเลยย้ายไปอยู่ที่อื่นแต่ไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้านออกไป ถือได้ว่าจำเลยมีถิ่นที่อยู่หรือหลักแหล่งที่ทำการงานเป็นปกติหลายแห่งจึงให้ถือเอาแห่งใดแห่งหนึ่งเป็นภูมิลำเนาของจำเลย เมื่อจำเลยได้รับหมายเรียกให้ยื่นคำให้การโดยชอบแล้ว จำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด การขาดนัดยื่นคำให้การของจำเลยจึงเป็นไปโดยจงใจและไม่มีเหตุอันสมควรประการอื่น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายภพ จันทรปาน · จำเลย - นายปิติ บุญสูง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ผล อนุวัตรนิติการ · สมปอง เสนเนียม · ปรีชา นาคพันธุ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายศิริชัย วัฒนโยธิน · ศาลอุทธรณ์ - นางจารุณี ตันตยาคม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา