⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 251/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลได้ให้สัตยาบันแก่นิติกรรมที่เป็นโมฆียะแล้ว ย่อมไม่สามารถบอกล้างนิติกรรมนั้นได้อีกต่อไป

ย่อคำพิพากษา

จำเลยอ้างว่าได้ทำบันทึกข้อตกลงกับโจทก์เนื่องจากถูกข่มขู่ บันทึกดังกล่าวเป็นโมฆียะ แต่ปรากฏว่าหลังจากเวลาที่มูลเหตุให้เป็นโมฆียะตามที่จำเลยอ้างนั้นสิ้นไปแล้ว จำเลยได้ชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์อีกโดยมิได้แสดงแย้งสงวนสิทธิไว้แจ้งชัดว่า จะบอกล้างบันทึกข้อตกลงในภายหลัง ต้องถือว่าจำเลยให้สัตยาบันแก่นิติกรรมนั้นแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 142 จำเลยจึงไม่มีสิทธิบอกล้างบันทึกข้อตกลงดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.121 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.141 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ว่าจะชำระราคาที่ดินที่ค้างให้โจทก์ ถ้าไม่สามารถนำเงินมาชำระได้ภายในกำหนดก็ยอมเสียดอกเบี้ยตามกฎหมาย จึงขอให้จำเลยชำระ จำเลยให้การว่า บันทึกข้อตกลงที่โจทก์นำมาฟ้องมิได้เป็นไปตามข้อเท็จจริงและเจตนาของจำเลย แต่จำเลยต้องทำเพราะถูกบังคับขู่เข็ญ ข้อตกลงจึงเป็นโมฆียะจำเลยบอกล้างแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยอ้างว่าจำเลยทำบันทึกข้อตกลงกับโจทก์เนื่องจาก โจทก์ร้องเรียนต่อกองบัญชาการคณะปฏิวัติ แล้วเจ้าหน้าที่ของกองบัญชาการคณะปฏิวัติซึ่งมีพันเอกณรงค์ กิตติขจร เป็นหัวหน้าได้เรียกตัวจำเลยไปขู่เข็ญบังคับให้ทำ บันทึกดังกล่าวจึงเป็นโมฆียะ แต่ปรากฏว่าหลังจากจอมพลถนอม จอมพลประภาส และพันเอกณรงค์ได้เดินทางออกไปจากประเทศไทยแล้วนานถึง ๒ เดือน ซึ่งอิทธิพลของบุคคลเหล่านี้ย่อมหมดสิ้นไป จำเลยก็ยังนำดอกเบี้ยไปชำระให้แก่โจทก์เป็นการชำระภายหลังเวลาที่มูลเหตุให้เป็นโมฆียะตามที่จำเลยอ้างนั้นได้สูญสิ้นไปแล้ว และการที่จำเลยชำระดอกเบี้ยให้โจทก์โดยมิได้แสดงแย้งสงวนสิทธิไว้แจ้งชัดว่าจะบอกล้างบันทึกข้อตกลงในภายหลังต้องถือว่าจำเลยให้สัตยาบันแก่นิติกรรมรายนี้แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๒ จำเลยไม่มีสิทธิบอกล้างบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยถึงเรื่องบันทึกข้อตกลงว่าเกิดจากการข่มขู่หรือไม่อีก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2522 นายบัญชา อยู่สาธร กับพวก โจทก์ ร้อยเอกสุจินต์ วิเศษสินธ์ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบัญชา อยู่สาธร กับพวก · ล. - ร้อยเอกสุจินต์ วิเศษสินธ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ จามรมาน · พัลลภ เสถียรธรรมกิจ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายมาโนช เพียรสนอง · ศาลอุทธรณ์ - นายเฟื่องขจิต รัศมิภูติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1950/2518ฎีกา 1561/2520ฎีกา 623/2529ฎีกา 662/2473ฎีกา 119-120/2507ฎีกา 920/2480ฎีกา 1523-1524/2528ฎีกา 699/2482ฎีกา 626/2474ฎีกา 633/2524ฎีกา 1906/2535ฎีกา 787/2521ฎีกา 1884/2497ฎีกา 78/2565ฎีกา 1653/2511ฎีกา 1039/2485ฎีกา 4230/2555ฎีกา 115/2534ฎีกา 2617/2522ฎีกา 148/2496ฎีกา 1049-1050/2485ฎีกา 664/2535ฎีกา 3527/2532ฎีกา 458/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา