⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5736/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5736/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่คู่สมรสมีอยู่ก่อนสมรสถือเป็นสินส่วนตัวของคู่สมรสนั้นๆ และจะไม่กลายเป็นสินสมรสแม้จะมีการสมรสกันภายหลังก็ตาม.

ย่อคำพิพากษา

บิดาผู้ร้องยกที่ดินและบ้านพิพาทให้แก่ผู้ร้องก่อนที่ผู้ร้องกับจำเลยจะจดทะเบียนสมรสกัน ย่อมถือได้ว่าที่ดินและบ้านพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ผู้ร้องมีอยู่ก่อนสมรสและเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้องตามมาตรา 1471 (1) แห่ง ป.พ.พ. บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 การที่บิดาผู้ร้องยกที่ดินและบ้านพิพาทให้แก่ผู้ร้องในระหว่างที่ผู้ร้องอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย แม้ว่าจะเป็นเพียงการยกสิทธิครอบครองให้โดยไม่ได้ทำเป็นหนังสือและผู้ร้องกับจำเลยได้ทำกินและอยู่อาศัยในที่ดินและบ้านพิพาทตลอดมา ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าของร่วมกับผู้ร้อง เพราะการที่จำเลยทำกินและอาศัยอยู่ในที่ดินและบ้านพิพาทร่วมกับผู้ร้องเนื่องจากอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาเช่นนี้ ย่อมไม่อาจถือได้ว่าจำเลยได้เปลี่ยนเจตนาหรือลักษณะแห่งการครอบครองเป็นการยึดถือเพื่อตนอันจักทำให้จำเลยเกิดสิทธิครอบครองในทรัพย์สินที่พิพาท กรณีที่จะเป็นสินสมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1474 นั้น จะต้องเป็นทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสเท่านั้น กฎหมายหาได้บัญญัติให้ทรัพย์สินที่คู่สมรสร่วมกันเป็นเจ้าของอยู่ก่อนสมรส กลายเป็นสินสมรสเมื่อได้มีการสมรสไม่ แม้ว่าหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาจะเป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยกับผู้ร้องก็ตาม แต่เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยด้วย โจทก์ก็ย่อมไม่มีอำนาจยึดสินส่วนตัวของผู้ร้องบังคับชำระหนี้แก่โจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.282 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1471 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1474 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1490 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 ม.1471 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 ม.1474 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 ม.1490

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงิน๓๔,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ โดยให้ผ่อนชำระเป็นรายปี จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก) เลขที่๕๓๘๘ ตำบลสารจิตร อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย และบ้านไม้ชั้นเดียวเลขที่ ๒๓/๑หมู่ที่ ๖ ตำบลเดียวกัน ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินอีกแปลงหนึ่งเพื่อบังคับคดี ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินและบ้านที่โจทก์นำยึดไม่ใช่ทรัพย์ของจำเลยแต่เป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง โดยนายผัน ปราศัย บิดาผู้ร้องยกให้ผู้ร้องก่อนสมรสกับจำเลยหนี้สินระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่ได้เป็นหนี้ร่วมระหว่างผู้ร้องกับจำเลย และผู้ร้องมิได้รู้เห็นหรือให้ความยินยอม ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ให้การว่า ที่ดินและบ้านพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยซึ่งเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยทำมาหาได้ระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยา จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์เพื่อให้ผู้ร้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศ และเลี้ยงดูครอบครัวทั้งผู้ร้องก็รู้เห็นและให้ความยินยอมโดยเป็นผู้มอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ ๕๓๘๘ให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นหลักประกัน ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจร้องขัดทรัพย์ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยบ้านและที่พิพาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าที่ดินและบ้านพิพาทเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับกันว่า นายผันปราศัย บิดาผู้ร้องยกที่ดินและบ้านพิพาทให้แก่ผู้ร้องก่อนที่ผู้ร้องกับจำเลยจะจดทะเบียนสมรสกัน ย่อมถือได้ว่าที่ดินและบ้านพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ผู้ร้องมีอยู่ก่อนสมรส จึงเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้องตามมาตรา ๑๔๗๑ (๑) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.๒๕๑๙ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า นายผันยกที่ดินและบ้านพิพาทให้ผู้ร้องในระหว่างที่จำเลยกับผู้ร้องอยู่กินฉันสามีภริยากันโดยเป็นการยกให้ซึ่งการครอบครองมิได้ทำเป็นหนังสือและผู้ร้องกับจำเลยก็ได้ทำกินและอาศัยอยู่ในที่ดินและบ้านพิพาทตลอดมาจึงถือได้ว่าผู้ร้องกับจำเลยได้ครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทอย่างเจ้าของร่วมกัน ที่ดินและบ้านพิพาทจึงตกเป็นของผู้ร้องกับจำเลยร่วมกัน เมื่อผู้ร้องกับจำเลยได้จดทะเบียนสมรสกันโดยมิได้จดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สิน ระบุว่าที่ดินและบ้านพิพาทเป็นของใครก็ต้องถือว่าเป็นสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๔ นั้น เห็นว่า การที่นายผันยกที่ดินและบ้านพิพาทให้แก่ผู้ร้องในระหว่างที่ผู้ร้องอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย แม้ว่าจะเป็นเพียงการยกสิทธิครอบครองให้ โดยไม่ได้ทำเป็นหนังสือ และผู้ร้องกับจำเลยได้ทำกินและอยู่อาศัยในที่ดินและบ้านพิพาทตลอดมา ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าของร่วมกับผู้ร้อง เพราะการที่จำเลยทำกินและอาศัยอยู่ในที่ดินและบ้านพิพาทร่วมกับผู้ร้องเนื่องจากอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาเช่นนี้ ย่อมไม่อาจถือได้ว่าจำเลยได้เปลี่ยนเจตนาหรือลักษณะแห่งการครอบครองเป็นการยึดถือเพื่อตน อันจักทำให้จำเลยเกิดสิทธิครอบครองในทรัพย์สินที่พิพาท ยิ่งกว่านั้นการที่โจทก์ฎีกาอ้างข้อกฎหมายว่า เมื่อที่ดินและบ้านพิพาทเป็นทรัพย์สินที่จำเลยกับผู้ร้องเป็นเจ้าของร่วมกันอยู่ก่อนสมรส หลังจากที่จำเลยกับผู้ร้องจดทะเบียนสมรสกัน ย่อมเป็นสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๔ นั้นก็เห็นว่า กรณีที่จะเป็นสินสมรสตามบทบัญญัติของมาตรา ๑๔๗๔ นั้น จะต้องเป็นทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสเท่านั้น กฎหมายหาได้บัญญัติให้ทรัพย์สินที่คู่สมรสร่วมกันเป็นเจ้าของอยู่ก่อนสมรส กลายเป็นสินสมรสเมื่อได้มีการสมรสกันดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาไม่ ส่วนที่โจทก์ฎีกาในประการสุดท้ายว่าหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาเป็นหนี้ร่วมนั้น เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยด้วย โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจยึดสินส่วนตัวของผู้ร้องบังคับชำระหนี้แก่โจทก์ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5736/2534 นางกิมฮวย ประสมวงศ์ โจทก์ นายพูล ปราศรัย ผู้ร้อง นางมลทิน ปราศรัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกิมฮวย ประสมวงศ์ · ผู้ร้อง - นายพูล ปราศรัย · จำเลย - นางมลทิน ปราศรัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย กันนะ · วินัย กันนะ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายสุรศักดิ์ ตันโสรัจประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายอำนวย เต้พันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8551/2550ฎีกา 4134/2541ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 6306/2551ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 945/2537ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 9577/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 3808/2526ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1280/2492ฎีกา 5531/2534ฎีกา 817/2490ฎีกา 194/2543ฎีกา 3745/2530ฎีกา 2938/2519ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1413/2508ฎีกา 6163/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา