คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2484
ย่อคำพิพากษา
ไปแจ้งความเท็จต่อตำรวจและขอให้จับด้วยนั้น ไม่มีผิดตามมาตรา 270
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าโจทก์ที่ ๒ เป็นคนเก็บค่าโดยสารเรือยนต์ จำเลนโดยสารเรือและนำบัตร์ฟรีออกใช้ โจทก์ที่ ๒ จึงยึดบัตร์ฟรีนั้นไว้ตามคำสั่งของบริษัท จำเลยไปแจ้งความเท็จต่อตำรวจ โจทก์ที่ ๒ แย่งชี้ธนบัตรของจำเลยไป ๑๐ บาท ขอให้ไปจับ พลตำรวจจึงไปจับโจทก์มาสอบสวน โจทก์ถูกกักตัวระหว่างสอบสวน ๒ ชั่วโมง.
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๑๘
โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๗๐.
โจทก์ จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่าจำเลยมีผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา ๑๑๘ และว่าจำเลยอาจมีผิดตามมาตรา ๑๕๘ ได้ แต่โจทก์มิได้ฎีกามาจึงไม่วินิจฉัย ส่วนความผิดมาตรา ๒๗๐นั้น เห็นว่าการที่เจ้าพนักงานจะจับโจทก์หรือไม่อยู่ในดุลย์พินิจของเจ้าพนักงาน การที่จำเลยขอให้จับหรือไม่ ก็เสมือนแสดงความประสงค์ จำเลยขอให้จับ เจ้าพนักงานอาจไม่จับ และให้กรณีที่จำเลยขอไม่ไห้จับเจ้าหน้าที่อาจจับก็ได้ จึงลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๗๐ ไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2484
นางพวง สายเงินที่ 1
บิดาผู้ปกครองนายพรวน สายเงินที่ 2 (บุตร) และพนักงานอัยยการจังหวัดธัญ
ญบุรี โจทก์
นายสำเภา สระวาลี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | 1 - นางพวง สายเงินที่ · และพนักงานอัยยการจังหวัดธัญ - บิดาผู้ปกครองนายพรวน สายเงินที่ 2 (บุตร) · โจทก์ - ญบุรี · จำเลย - นายสำเภา สระวาลี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · วิเศษ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา