⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1845/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1845/2517

ป.อาญา ม.1, 147, 157 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของเจ้าพนักงานที่นำแสตมป์ที่ใช้แล้วออกจากสำนวนที่จะต้องปลดเผาไปเสีย โดยไม่มีพยานหลักฐานว่านำไปใช้แสวงหาประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต ไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินของแผ่นดิน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเสมียนศาล มีหน้าที่เก็บรักษาสำนวนความผู้พิพากษาหัวหน้าศาลตั้งให้จำเลยเป็นกรรมการปลดเผาสำนวนร่วมกับผู้อื่นในระหว่างการปลดเผาสำนวน จำเลยเอาแสตมป์ฤชากรที่ฉีกออกจากสำนวนที่จะต้องปลดเผาไปเสีย การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 158 เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมาสืบว่าจำเลยนำแสตมป์เก่าที่ใช้แล้วนั้นไปใช้แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่พอฟังว่าจำเลยเบียดบังยักยอกแสตมป์เหล่านั้นเป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต จึงไม่มีความผิดตามมาตรา 147, 157 ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.147 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา ม.158

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.147 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.158 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นข้าราชการฝ่ายตุลาการประเภทข้าราชการธุรการสามัญชั้นจัตวา ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายมีหน้าที่เก็บรักษาสำนวนความทั้งคดีแพ่งและอาญาของศาลแขวงนครศรีธรรมราช รวมทั้งแสตมป์ฤชากรที่ติดอยู่ในสำนวนนั้นด้วยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลมีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นกรรมการร่วมกับผู้อื่นจัดการปลดเผาทำลายสำนวนความรวมทั้งแสตมป์ฤชากรที่ติดอยู่ในสำนวนด้วยระหว่างที่จำเลยมีหน้าที่ดังกล่าว จำเลยได้เบียดบังเอาแสตมป์ฤชากรที่ติดอยู่บนเอกสารในสำนวนความไปเป็นของตนเองหรือของผู้อื่นโดยทุจริต เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการศาลแขวงนครศรีธรรมราชและกระทรวงยุติธรรมอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริต ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๑๕๗, ๑๕๘ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาแสตมป์ฤชากรแก่ทางราชการศาลแขวงนครศรีธรรมราชและขอให้นับโทษต่อจากคดีดำที่ ๑๒/๒๕๑๖ ของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นจำเลยคนเดียวกับในคดีอาญาดำที่ ๑๒/๒๕๑๖ ของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๑๕๗, ๑๕๘ ลงโทษจำคุก ๕ ปี ยกคำขอที่ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาแสตมป์ นับโทษจำเลยต่อจากคดีหมายเลขดำที่ ๑๒/๒๕๑๖ หมายเลขแดงที่ ๕๔๕/๒๕๑๖ ของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๘ ลงโทษจำคุก ๑ ปี นอกนั้นให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเอาแสตมป์ฤชากรตามฟ้องไปโดยมิได้เผาทำลาย แต่โจทก์ไม่มีพยานนำสืบว่าจำเลยนำแสตมป์เก่าที่ใช้แล้วนั้นไปใช้แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายไม่พอฟังว่าจำเลยเบียดบังยักยอกแสตมป์ที่ใช้แล้วไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๑๕๗ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1845/2517 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายเพียร พรหมชน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายเพียร พรหมชน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธวัช สิทธิชัย · สุธรรม วรรณแสง · สงวน สิทธิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายประสิทธิ์ สุบรรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร ศิลปไชย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 294/2525ฎีกา 571/2471ฎีกา 216/2509ฎีกา 1678/2543ฎีกา 1323/2498ฎีกา 1749/2545ฎีกา 99/2537ฎีกา 2116-2117/2522ฎีกา 3708/2537ฎีกา 8405/2540ฎีกา 2338/2547ฎีกา 4375/2564ฎีกา 6945/2550ฎีกา 6653/2562ฎีกา 300/2527ฎีกา 309/2558ฎีกา 2086/2535ฎีกา 2346/2540ฎีกา 6303/2541ฎีกา 6795/2543ฎีกา 638/2519ฎีกา 2753/2539ฎีกา 466/2518ฎีกา 2049/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา