คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 216/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยมีเจตนาเพียงเพื่อทำลายหรือทำให้ทรัพย์นั้นไร้ประโยชน์ ไม่ถือเป็นเจตนาประสงค์จะเอาทรัพย์เพื่อประโยชน์ของตนหรือผู้อื่น จึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
จำเลยยอมให้ผู้เสียหายร่วมประเวณีมีสิ่งตอบแทนแต่ผู้เสียหายผิดข้อตกลง จำเลยไม่พอใจ จึงได้ทำร้ายผู้เสียหายแล้วเอาปืนผู้เสียหายไปทิ้งที่ปรักน้ำกลางทุ่งนาเพราะกลัวผู้เสียหายจะยิงเอา การเอาปืนไปทิ้งน้ำโดยไม่นำเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตนหรือผู้อื่น แสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาประสงค์จะเอาทรัพย์ การเอาปืนของผู้เสียหายไปทิ้ง จึงไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์ ส่วนไฟฉายนั้นผู้เสียหายก็ให้จำเลยไปส่องทาง จำเลยเอาไป ไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์เช่นเดียวกัน.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักอาวุธปืน ๑ กระบอก กับไฟฉาย ๑ กระบอก ของนายเทียนฮกไป โดยจำเลยใช้จอบด้ามไม้ทุบฟาดตีทำร้ายนายเทียนฮกที่ศีรษะถึงบาดเจ็บสลบไป เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ เพื่อสะดวกแก่การลักพา และยึดถือเอาทรัพย์นั้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาไฟฉาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๓ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาไฟฉาย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยใช้สันจอบตีผู้เสียหาย และเอาปืนกับไฟฉายของผู้เสียหายไปจริง การกระทำของจำเลยมีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ เพราะจำเลยเอาปืนไปทิ้งในปรักน้ำก็โดยกลัวผู้เสียหายจะยิงเอา ส่วนไฟฉายผู้เสียหายก็ส่งให้จำเลยส่องทางไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ ให้จำคุกจำเลย ๑ ปี แต่จำเลยได้ยอมรับต่อเจ้าพนักงานตำรวจ และนำไปเอาปืนของกลางคืน จึงลดโทษให้จำเลย ๑ ใน ๔ จำคุกจำเลย ๙ เดือน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยได้ใช้สันจอบตีศีรษะผู้เสียหายจริง ก่อนจะมีการทำร้ายกันจะเนื่องด้วยเหตุใดนั้น ผู้เสียหายอ้างว่าเพราะจำเลยบอกขายเรือน แต่ผู้เสียหายยังไม่มีเงิน ขอให้รอช้า ๆ ไปสักหน่อย ต่อมาผู้เสียหายก็ถูกจำเลยตีศีรษะ เห็นว่าการที่จำเลยตีศีรษะผู้เสียหายนั้น น่าจะเป็นเหตุอื่นที่ผู้เสียหายผิดข้อตกลงกับจำเลย การที่จำเลยยอมให้ผู้เสียหายร่วมประเวณีด้วย คงมีสิ่งตอบแทน ผู้เสียหายคงผิดข้อตกลง จำเลยไม่พอใจ จึงได้ทำร้ายผู้เสียหาย จำเลยรับว่าเอาปืนไปทิ้งที่ปรักน้ำกลางทุ่งนา เพราะกลัวผู้เสียหายจะยิงเอา การเอาปืนไปทิ้งน้ำโดยไม่นำเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตนหรือผู้อื่น ก็แสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาประสงค์จะเอาทรัพย์ การเอาปืนของผู้เสียหายไปทิ้ง จึงไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์ ส่วนไฟฉายนั้น ผู้เสียหายก็ให้จำเลยไปส่องทาง จำเลยเอาไป จึงไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์เช่นเดียวกัน
ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลย ๙ เดือน ศาลฎีกาเห็นว่ายังแรงไป
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นให้วางโทษจำคุกจำเลย ๔ เดือน คำรับของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้ ๑ ใน ๔ คงจำคุก ๓ เดือน นอกจากนั้นคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 216/2509
อัยการจังหวัดสุโขทัย โจทก์
นางทวิน เทียนพันธ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดสุโขทัย · จำเลย - นางทวิน เทียนพันธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เกษม ทิพยจันทร์ · พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายสีนวล คงลาภ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม ภัทราคม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา