⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2086/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2086/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำทรัพย์สินของผู้อื่นไปใช้โดยมีเจตนาจะคืนให้แก่เจ้าของ และได้คืนทรัพย์สินนั้นแก่เจ้าของแล้ว ไม่ถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

ป. เป็นลูกจ้างของผู้เสียหาย มีหน้าที่เฝ้าดูแลรถยนต์ในร้านของผู้เสียหาย ป. กับพวกรวมทั้งจำเลยใช้รถยนต์ของผู้เสียหายบรรทุกข้าวของส่วนตัวออกจากที่พักในร้านของผู้เสียหายเพื่อย้ายที่อยู่ใหม่ โดยมิได้เอาทรัพย์สินมีค่าอย่างอื่นของผู้เสียหายไปด้วย เมื่อใช้รถยนต์ของผู้เสียหายเสร็จก็นำไปจอดทิ้งไว้แล้วพวกของป. โทรศัพท์แจ้งให้พี่ชายผู้เสียหายทราบถึงสถานที่ที่ทิ้งรถไว้ เพื่อให้ผู้เสียหายติดตามเอาคืน แสดงให้เห็นว่าจำเลยกับ ป. และพวกมิได้เอารถยนต์ของผู้เสียหายไปโดยเจตนาทุจริตจำเลยจึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.55 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม ให้จำคุก 3 ปี คำให้การของจำเลยในชั้นจับกุม สอบสวนและข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความตามคำผู้เสียหายและนายบุญเทิดว่า นายประจวบ นายสมพงษ์ จำเลย นางอารีย์และนายติพักอยู่ที่สถานการค้าของผู้เสียหาย นายประจวบและนายสมพงษ์เป็นลูกจ้างผู้เสียหายมีหน้าที่เฝ้าดูแลรถยนต์ของผู้เสียหายที่จอดไว้ในสถานการค้าดังกล่าว นายประจวบได้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน บ-2685 สงขลา ของผู้เสียหายออกจากสถานการค้าของผู้เสียหายไปในคืนเกิดเหตุโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายก็ตาม แต่ก็ได้ความด้วยว่า นายประจวบกับพวกใช้รถยนต์ดังกล่าวขนของใช้ส่วนตัวออกจากที่พักทั้งหมดบรรทุกไปบนรถยนต์คันดังกล่าวมีลักษณะเป็นการย้ายที่อยู่เพื่อไปอยู่สถานที่ใหม่ โดยมิได้เอาทรัพย์สินมีค่าอย่างอื่นของผู้เสียหายไปด้วย พฤติการณ์บ่งชี้แต่เพียงว่า นายประจวบกับพวกประสงค์เพียงได้ใช้รถยนต์ของผู้เสียหายเป็นยานพาหนะในการเดินทางขนย้ายทรัพย์สินของตนและพวกไปอยู่ ณที่แห่งใหม่เท่านั้น มิได้ประสงค์ต่อค่าหรือราคารถยนต์ของผู้เสียหายโดยการนำไปขายหรือจำหน่ายหรือยึดถือเอาไว้เป็นประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น จึงได้ให้นายติโทรศัพท์แจ้งให้นายกิตติพี่ชายผู้เสียหายทราบว่า หลังจากที่นายประจวบกับพวกเอารถของผู้เสียหายไปใช้เสร็จแล้ว ได้นำไปจอดทิ้งไว้ ณ สถานที่ใด เพื่อจะให้ผู้เสียหายได้ติดตามไปหาคืนได้โดยง่าย แสดงให้เห็นว่านายประจวบกับจำเลยและพวกมิได้มีเจตนาที่จะแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อตนเองหรือผู้อื่น ข้อเท็จจริงจึงยังไม่พอฟังว่า จำเลยร่วมกับนายประจวบและพวกเอารถยนต์ของผู้เสียหายไปโดยเจตนาทุจริต จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยกับพวกร่วมกันลักรถยนต์ของผู้เสียหาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2086/2535 พนักงานอัยการ จังหวัด สงขลา โจทก์ นาง จรัสศ รี หนู ดำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สงขลา · จำเลย - นาง จรัสศ รี หนู ดำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนพ กีรติยุติ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9026/2553ฎีกา 636/2473ฎีกา 2546/2527ฎีกา 456/2506ฎีกา 1047/2498ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1400/2538ฎีกา 825/2468ฎีกา 268/2468ฎีกา 391/2509ฎีกา 274/2467ฎีกา 609/2482ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1908/2528ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2597/2516ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 495/2499ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4009/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 444/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา