⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1264/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1264/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานตำรวจนำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของทางราชการที่ตนมีหน้าที่รักษาไปจำนำ ถือเป็นการเบียดบังทรัพย์สินของทางราชการโดยทุจริต เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ได้รับมอบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกรมตำรวจเพื่อใช้ในการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ จำเลยย่อมมีหน้าที่รักษาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนนั้นในระหว่างที่จำเลยครอบครองอยู่ การที่จำเลยนำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่จำเลยมีหน้าที่รักษานั้นไปจำนำไว้กับบุคคลอื่น ถือได้ว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น จึงเป็นการเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือเป็นของบุคคลอื่นโดยทุจริต เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 และเมื่อการกระทำของจำเลยเป็นผิดตามมาตรา 147 แล้ว ก็ไม่เป็นผิดตามมาตรา 158 อีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.147 ประมวลกฎหมายอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ มีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย ได้รับมอบอาวุธปืนคาร์ปิน 1 กระบอกซองกระสุนปืน 1 ซอง และกระสุนปืนคาร์ปิน 30 นัด รวมราคา 3,070 บาทของกรมตำรวจเพื่อใช้ในการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ จำเลยมีหน้าที่ดูแล ปกครอง รักษาอาวุธปืนและกระสุนปืนดังกล่าวที่รับมอบไปจากทางราชการ ได้บังอาจเบียดบัง ยักยอกเอาอาวุธปืน ซองกระสุนปืนและกระสุนปืนดังกล่าวไปเป็นของตนโดยทุจริต โดยจำเลยได้นำไปจำนำไว้กับผู้มีชื่อ ทำให้ราชการกรมตำรวจเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 158 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 3 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 158 วางโทษจำคุก 6 เดือน คำรับชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน โจทก์และจำเลยฎีกา โดยโจทก์ขอให้โทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 อีกมาตราหนึ่ง จำเลยขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้นำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนตามฟ้องไปจำนำไว้กับสิบเอกสัมฤทธิ์ แล้ววินิจฉัยว่าพันตำรวจโทอินทร์ ยี่สาร พยานโจทก์เบิกความว่า เมื่อจำเลยรับมอบปืนและกระสุนปืนของทางราชการไปแล้ว จำเลยก็มีหน้าที่ต้องดูแลปกครองรักษามิให้สูญหายไป ถ้าเกิดการสูญหายไปจำเลยต้องรับผิดชอบจำเลยมิได้นำสืบโต้แย้งเป็นอย่างอื่น ทั้งเป็นที่เห็นได้ว่า เมื่อจำเลยได้รับมอบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปจากทางราชการเพื่อปฏิบัติราชการตามหน้าที่แล้ว จำเลยก็ย่อมมีหน้าที่รักษาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนนั้นในระหว่างที่จำเลยครอบครองอยู่การที่จำเลยนำเอาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่จำเลยมีหน้าที่รักษาไปจำนำไว้กับบุคคลอื่นถือได้ว่าเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น จึงเป็นการเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือเป็นของบุคคลอื่นโดยทุจริตเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และเมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 147 แล้ว ก็ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 158 อีก พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 3 ให้จำคุกจำเลยไว้ 5 ปี คำรับชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยไว้ 3 ปี 4 เดือน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1264/2518 พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ พลตำรวจพิเศษสุเนตร มาอยู่ดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - พลตำรวจพิเศษสุเนตร มาอยู่ดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จันทร์ ระรวยทรง · สุเมธ ทิพยมนตรี · สุมิตร ฟักทองพรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 542/2479ฎีกา 1350/2482ฎีกา 1092/2505ฎีกา 6525/2534ฎีกา 1503/2536ฎีกา 1267/2500ฎีกา 1172/2511ฎีกา 1491/2537ฎีกา 605/2511ฎีกา 2719/2528ฎีกา 227/2507ฎีกา 429-430/2480ฎีกา 484/2479ฎีกา 3313/2524ฎีกา 3793/2530ฎีกา 898/2525ฎีกา 702/2532ฎีกา 8362/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 4000/2528ฎีกา 6114/2560ฎีกา 3596/2525ฎีกา 3224-3225/2527ฎีกา 4259/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา