คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2473
ย่อคำพิพากษา
หน้าที่นำสืบ โจทก์หาว่าจำเลยแจ้งความเท็จ เมื่อโจทก์สืบไม่ได้ว่าข้อความที่จำเลยนำไปแจ้งนั้น จำเลยรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเปนเท็จ จำเลยยังไม่มีผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์หาว่าจำเลยแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานว่า โจทก์ลักผลตาลของจำเลย ทำให้โจทย์ต้องถูกจับกุมกักขัง ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมาย
ศาลเดิมเห็นว่าต้นตาลพิพาทอยู่ในที่บิดาโจทก์ จำเลยต้องมีผิดฐานแจ้งความเท็จ และทำให้โจทย์เสื่อมเสียอิสระภาพตาม ม.๑๑๘ - ๒๗๐
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ต้นตาลอยู่ห่างเขตร์ที่ภรรยาและพี่สาวจำเลย ๗ -๘ ศอกเท่านั้น แม้ตาลต้นนั้นจะอยู่ในที่บิดาโจทก์จริง จำเลยอาจเข้าใจผิดคิดว่าอยู่ในที่ภรรยาและพี่สาวตนได้ การที่จำเลยไปแจ้งความนั้น นับว่ามีมูล และโจทก์สืบไม่ได้ว่าข้อความที่จำเลยนำไปแจ้งนั้น จำเลยรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเปนเท็จดังนี้ จำเลยยังไม่ควรมีผิด จึงตัดสินให้ยกฟ้องปล่อยจำเลยไป
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2473
นางหนู ฤทธิบำรุง โจทก์
นายกา เรืองเดช นายเพียง ใช้ศิริ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางหนู ฤทธิบำรุง · จำเลย - นายกา เรืองเดช นายเพียง ใช้ศิริ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พรหม · วิชัย · วิกรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระยาอิศรภักดี · ศาลอุทธรณ์ - พระยาภะรตราชสุพิช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา