⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 810/2484

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2484

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าอาวาสนำเงินผลประโยชน์ของวัดไปใช้ซ่อมแซมกุฏิ แล้วยักยอกเงินนั้น ถือเป็นความผิดฐานยักยอกตามมาตรา 114 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ไม่ใช่ความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินของนายจ้างตามมาตรา 319 การที่เจ้าอาวาสแจ้งความเท็จต่อกรมการอำเภอเกี่ยวกับรายการใช้จ่ายเงินซ่อมแซม ถือเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ และกรมการอำเภอซึ่งเป็นผู้ดูแลรักษาผลประโยชน์ของวัด มีอำนาจร้องทุกข์ดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสได้

ย่อคำพิพากษา

เจ้าอาวาสรับมอบเงินผลประโยชน์ของวัดไปเพื่อใช้ซ่อมแซมกุฏิ แล้วยักยอกเงินนั้น คงมีผิดฐานยักยอกตามมาตรา 114 ไม่ใช่มาตรา 319 เจ้าอาวาสรับเงินไปซ่อมแซมกฏิจากกรมการอำเภอแล้ว+บัญชีรายการการใช้จ่ายต่ออำเภอด้วยความเท็จ เป็นผิดฐานแจ้งความเท็จ กรมการอำเภอที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงธรรมการให้เป็นผู้ดูแลรักษาผลประโยชน์ของวัดนั้น เมื่อมีผู้ยักยอกเงินนั้น กรมการอำเภอย่อมเป็นผู้เสียหาย มีอำนาจร้องทุกข์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ข้อบังคับเรื่องเงินกัลปนา ร.ศ.121 ม.3 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายอาญา ม.118 ประมวลกฎหมายอาญา ม.304 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.121 ม.13

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้รับมอบเงินผลประโยชน์ของวัดจากกรมการอำเภอเพื่อใช้จ่ายซ่อมแซมกุฏิ จำเลยยักยอกเงินนั้นไว้และทำใบสำคัญจ่ายเงินปลอมยื่นต่อกรมการอำเภอ ขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยยักยอกเงินรายนี้และทำหลักฐานเท็จ พิพากษาว่าจำเลยผิดฐานยักยอกตาม มาตรา ๓๑๙ ข้อ ๓ และฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา ๑๑+ รวมกะทงลงโทษจำเลย ๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่มีผู้พิพากษานายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่าจำเลยควรมีผิดเพียงฐานยักยอกธรรมดาตามมาตรา ๓๑๔ เพราะจำเลยเป็นสงฆ์ไม่มีหน้าที่รับจ่ายเงิน แต่ความผิดตามมาตรา ๓๑๔ จะต้องมีการร้องทุกข์ คดีนี้อำเภอไม่ใช่ผู้เสียหาย การร้องทุกข์จึงไม่ชอบ จึงไม่ควรรับพิจารณาความผิดฐานยักยอก ส่วนการที่จำเลยส่งใบสำคัญเท็จเห็นว่าเป็นการแจ้งความเท็จไม่ได้ เพราะจำเลยนำส่งเพื่อให้อำเภอส่งใปคลังเท่านั้น เห็นควรยกฟ้องโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การจ่ายเงินกัลปานาซึ่งเป็นเงินผลประโยชน์ของวัดนั้น ตามข้อบังคับเรื่องเงินกัลปาข้อ ๓ (๔) เจ้าอาวาสเป็นเพียงที่ปรึกษาเท่านั้น ส่วน พ.ร.บ.ปกครองคณะสงฆ์มาตรา ๑๓ (๑) นั้น หมายถึงว่ามีหน้าที่ทะนุบำรุงวัดภายในขอบเขตต์ตามข้อบังคับของกรมกัลปนาเมื่อจำเลยไม่มีหน้าที่ดังกล่าวนั้น ก็ไม่มีผิดตามมาตรา ๓๑๙(๓) คงผิดตามมาตรา ๓๑๔ ปัญหาเรื่องร้องทุกข์เห็นว่านายอำเภอเป็นผู้รับมอบหมายจากกระทรวงธรรมการให้ดูแลผลประโยชน์ของวัด จึงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย คำร้องทุกข์คดีนี้ชอบแล้ว ส่วนความผิดฐานแจ้งความเท็จนั้นได้ความว่าใบรับเงินที่จำเลยยื่นต่อกรมการอำเภอนั้น มีรายการและคำบันทึกของจำเลยเป็นเท็จ จำเลยจึงมีผิดฐานแจ้งความเท็จ พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๑๑๘ และ ๓๑๔ นอกนั้นยืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2484 อัยยการสมุทรสงคราม โจทก์ พระครูอัมฉันเจติยาภิบาล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการสมุทรสงคราม · จำเลย - พระครูอัมฉันเจติยาภิบาล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทิพปัญญา · นิติศาสตร์ · พลางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 933/2473ฎีกา 475/2481ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1974/2497ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 466/2471ฎีกา 45/2484ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา