⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 433/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โทษกักกันตามคำพิพากษาถึงที่สุดก่อน พ.ร.บ. ล้างมลทินฯ ใช้บังคับ หากเข้าเกณฑ์ที่ศาลอาจพิพากษาให้กักกันได้ตาม ป.อ. ม. 41 จะเปลี่ยนลักษณะเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยตาม ป.อ. ม. 15 วรรคแรก และไม่ถือว่าพ้นโทษกักกันไปแล้วจนกว่าจะพ้นจากการถูกกักกันตามคำพิพากษา

ย่อคำพิพากษา

ศาลพิพากษาจำคุกจำเลย 1 ปีและให้ส่งตัวไปกักกันอีก 3 ปี คดีถึงที่สุดก่อนใช้ พ.ร.บ. ล้างมลทินและประมวลกฎหมายอาญา เมื่อจำเลยถูกจำคุกครบ 1 ปีแล้ว ระหว่างที่จำเลยถูกกักกันอยู่ มีพ.ร.บ. ล้างมลทินฯ และประมวลกฎหมายอาญา ประกาศใช้บังคับ เมื่อความผิดของจำเลยที่ต้องคำพิพากษามาแล้วนั้น เข้าเกณฑ์ที่ศาลอาจพิพากษาให้กักกันได้ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 41 โทษกักกันที่จำเลยได้รับอยู่จึงเปลี่ยนลักษณะมาเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 15 วรรคแรกแม้ตามประมวลกฎหมายอาญาไม่ถือว่ากักกันเป็นโทษ หากเป็นแต่เพียงวิธีการเพื่อความปลอดภัยที่จำเลยยังต้องรับต่อไปก็ตาม ก็ยังไม่ถือว่าจำเลยได้พ้นโทษกักกันนั้นไปแล้ว เพราะยังต้องถูกกักกันอยู่ โดยผลแห่งคำพิพากษาของศาล ความผิดในกรณีนี้ของจำเลยจึงยังไม่ถูกลบล้างตาม ม. 3 พ.ร.บ. ล้างมลทินฯ พ.ศ. 2499 ศาลจะสั่งปล่อยจำเลยไปหาได้ไม่ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2502)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.75 ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายอาญา ม.16 ประมวลกฎหมายอาญา ม.18 ประมวลกฎหมายอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.40 ประมวลกฎหมายอาญา ม.41 พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม.8 พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม.9 พระราชบัญญัติล้างมลทินในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ.2499 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีเดิมศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๑ ปี ตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๒๘๘, ๗๔, ๕๙ เมื่อพ้นโทษแล้วให้ส่งตัวไปกักกันตาม พ.ร.บ. กักกันฯ พ.ศ. ๒๔๗๙ ม. ๘, ๙. มีกำหนด ๓ ปี คดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๙ ต่อมาวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๐๐ จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า โดยผลแห่ง พ.ร.บ. ล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๔๙๙ ชอบที่จะยกประโยชน์แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้เป็นคุณแก่ จำเลยโดยให้โทษกักกันของจำเลยสิ้นสุดลง ศาลชั้นต้นสั่งว่าความผิดในคดีนี้และความผิดครั้งก่อน ๆ ของจำเลย เข้าเกณฑ์ที่จะต้องกักกันตามประมวลกฎหมายอาญา ม. ๔๑ และขณะนี้จำเลยยังต้องโทษกักกันอยู่ ยังไม่พ้นโทษไม่ได้รับผลตาม พ.ร.บ. ล้างมลทินฯ และบัดนี้โทษกักกันที่จำเลยได้รับอยู่ก็ได้เปลี่ยนเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามประมวลกฎหมายอาญา ม. ๑๕ แล้ว ไม่ถือเป็นโทษอาญา จะปล่อยจำเลยตามคำร้องของจำเลยไม่ได้ ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่มีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่า ควรปล่อยจำเลยไปตามคำร้องของจำเลย โดยอาศัย พ.ร.บ. ล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๔๙๙ ม.๓ กรณีที่จำเลยถูกกักกันอยู่บัดนี้ ไม่เข้าเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. ๔๑ คือ ไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิดในคดีก่อน ๆ มาเลย ไม่ควรที่จะกักกันหรือใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยแก่จำเลยต่อไปอีก จำเลยฎีกาว่า พ.ร.บ. ล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๔๙๙ ม.๓ ได้ล้างมลทินความผิดของจำเลยครั้งก่อน ๆ ไปแล้ว ขณะนี้จำเลยเพิ่มกระทำผิดครั้งนี้ (คดีนี้) เป็นครั้งแรก ความผิดของจำเลยไม่เข้าเกณฑ์ที่จะต้องกักกันตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๔๑ และ ม.๑๕ วรรค ๒. ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่าจำเลยต้องคำพิพากษาให้จำคุกและกักกัน คดีถึงที่สุดแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๔๙๙ และความผิดของจำเลยที่ต้องคำพิพากษามาแล้วนั้น แม้ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๔๑ ที่บัญญัติในภายหลังก็เข้าเกณฑ์ที่ศาลอาจพิพากษาให้กักกันได้ โทษกักกันที่จำเลยได้รับอยู่จึงเปลี่ยนมาเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามประมวลกฎหมายอาญา ม. ๑๕ วรรคแรกเท่านั้น และแม้ว่าตามประมวลกฎหมายอาญาจะมิได้ถือว่ากักกันเป็นโทษหากเป็นแต่เพียงวิธีการเพื่อความปลอดภัยที่จำเลยยังต้องรับต่อไปเท่านั้นก็ตาม ก็ยังเรียกไม่ได้ว่า จำเลยได้พ้นโทษกักกันไปแล้ว เพราะยังต้องถูกกักกันอยู่โดย ผลแห่งคำพิพากษาของศาล ความผิดในกรณีนี้ของจำเลยจึงยังไม่ถูกลบล้างโดย พ.ร.บ. ล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๔๙๙ ม.๓ จริงอยู่ ตามพ.ร.บ. นี้ถือว่าความผิดครั้งก่อน ๆ ของจำเลยถูกลบล้างไปหมดแล้ว คงเหลือแต่ความผิดในคดีนี้คดีเดียวก็ตาม แต่ขณะเมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในคดีนี้ จำเลยเป็นผู้เคยต้องโทษหลายครั้ง เข้าหลักเกณฑ์ที่จะพิพากษาให้ลงโทษกักกันจำเลยโดยสมบูรณ์ ทั้งคำพิพากษานั้นได้เด็ดขาดถึงที่สุดแล้ว เมื่อไม่อาจนำประมวลกฎหมายอาญาหรือ พ.ร.บ. ล้างทลทินฯ พ.ศ. ๒๔๙๙ มาพิจารณาให้เป็นคุณแก่จำเลยได้ดังกล่าวมานี้ คำพิพากษาที่พิพากษาถึงความผิดของจำเลยในคดีนี้ก็ใช้บังคับได้ต่อไปตามประมวลกฎหมายอาญา ม. ๑๕ วรรคแรกนั้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2502 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายเพ็ญกุล มลิจาค จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายเพ็ญกุล มลิจาค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติธรรมประกรณ์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายศริ มลิลา · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสิริศาสตร์ประสิทธิ์, หลวงส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 383/2496ฎีกา 2069/2553ฎีกา 788/2545ฎีกา 2255/2533ฎีกา 421/2566ฎีกา 5445/2554ฎีกา 332/2536ฎีกา 12315/2558ฎีกา 2644/2535ฎีกา 30/2511ฎีกา 3146/2541ฎีกา 632/2513ฎีกา 1135/2497ฎีกา 122/2481ฎีกา 1291/2481ฎีกา 125/2532ฎีกา 2246/2520ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1143/2565ฎีกา 1891/2500ฎีกา 5414/2536ฎีกา 7111/2559ฎีกา 2176/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา