⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 530/2468

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 530/2468

ป.พ.พ. ม.4, 231, 868 · ป.วิ.แพ่ง ม.172

ย่อคำพิพากษา

มรฎก คนต่างประเทศ สัญญาเกี่ยวกับมรฏกในภายน่าเป็นโมฆะที่ดิน,กรรมสิทธิ์ วิธีพิจารณาแพ่ง การใช้กฎหมาย ค่าธรรมเนียม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.231 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.868

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.4 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.231 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.868 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องขอรับส่วนแบ่งที่ดินโฉนดที่ ๒๒๓๓ ซึ่งมีชื่อนางพันแลจำเลยในน่าโฉนด ทางพิจารณาได้ความว่า โจทย์เปนบุตร์นางพันอันเกิดแต่สามีคนก่อนชื่อนายทอมมัสกอลินส์คนในบังคับอังกฤษ เมื่องนายทอมมัสกอลินส์ตาย นายพันมาได้จำเลยเปนสามีแต่งงานกันที่สถานกงสุลอังกฤษตามแบบพิธีอังกฤษ จำเลยแลนางพันเป็นคนในบังคับอังกฤษจดฐเบียรก่อนสัญญา นางพันตายโดยไม่มีพินัยกรรม มีที่ดินรายพิภาษนี้จดฐเบียรลงชื่อจำเลยกับนางพัน ปัญหามีว่าจะควรใช้กฎหมายอะไรปรับคดี ศาลต่างประเทศชี้ขาดว่า การสืบกรรมสิทธิ์ที่ดินในกรุงสยามต้องใช้กฎหมายสยามลักษณผัวเมียมรฏกกับกฎหมายที่ดิน วินิจฉัยว่าที่ดินรายพิภาษเปนสมรส มรฏกของนางพันมีส่วนกรรมสิทธิ ๑ ใน ๓ โจทย์มีส่วนได้ ๑ ใน ๖ ตามกฎหมายมรฏก ศาลอุทธรณ์กรุงเทพฯ ฟังข้อเท็จจริงใหม่ว่า โจทย์ได้รับที่ดินรายอื่นไปแลสัญญาว่าจะไม่เรียกร้องขอส่วนแบ่งในที่ดินของมารดาอีก ถือว่าเป็นสัญญาที่มีสินจ้างแลสมบูรณ์ โจทย์ไม่มีสิทธิฟ้องอีก จึงให้ยกฟ้องเสีย ศาลฎีกาตัดสินว่า ที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงใหม่นั้น คดีไม่มีหลักฐานที่ควรยกขึ้นวินิจฉัยในคดีมรฏกที่ไม่มีพินัยกรรม แม้จะปรากฏว่ามีสัญญาเกิดขึ้นก็ดี สัญญาเช่นนี้เป็นสัญญาโมฆะผิดความประสงค์กฎหมาย(ฎีกาที่ ๑๙๕/๒๔๖๕) ส่วนปัญหาเดิมที่ว่า จะควรใช้กฎหมายอะไรนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าเปนปัญหาเถียงกันถึงหลักกฎหมายเรื่องมรฏกไม่มีพินัยกรรมแล้วการรับมรฏกแลการสืบกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ก็ดี ฤาสืบว่าทรัพย์อย่างใดจะเป็นสังหาริมทรัพย์ฤาอสังหาริมทรัพย์นั้น ต้องใช้กฎหมายของประเทศที่ที่ดินตั้งอยู่ หนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีระหว่างสยามกับอังกฤษ ค.ศ.๑๘๕๖ ข้อ ๓ ค.ศ.๑๘๘๓ ข้อ ๑๓ ค.ศ.๑๙๐๙ ข้อ ๗ ไม่มีความถึงการวินิจฉัยกรรมสิทธิ์ที่ดิน เพราะฉนั้นเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินในกรุงสยามจึงต้องวินิจฉัยตามกฎหมายสยาม ที่ดินรายนี้เปนสมรส สามีภรรยาสินเดิมมาด้วยกัน เปนมรฏกของนางพัน ๑ ใน ๓ ส่วนการจะวินิจฉัยว่าจะมีผู้ใดบ้างที่ควรรับทรัพย์มรฏกของนางพันนั้น คดียังไม่มีหลักฐานพยานพิศูจน์ถึงข้อนี้ จำเลยควรขอหนังสือแต่งตังเปนผู้จัดการทรัพย์ที่ดินรายนี้ต่อกงสุลอังกฤษ แลถ้าจะมีข้อโต้แย้งต่อไปอย่างใดอีก ก็ให้นำวิจักขณพยานมาสืบถึงหลักกฎหมายอังกฤษตามแต่จะใช้บังคับข้อนั้น ๆ ส่วนค่าธรรมเนียมศาลฎีกายังไม่สั่ง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 530/2468 นายทอมมัสกอลิพส์ โจทก์ นายเย.เอช.บุ๊ช ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทอมมัสกอลิพส์ · ล. - นายเย.เอช.บุ๊ช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มัส · พิชัยญาติ · มโน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 767/2518ฎีกา 4810/2542ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7339/2537ฎีกา 45/2524ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 189/2540ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 9571/2544ฎีกา 1189/2495
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา