คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1129/2473
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องตัดสินคดี ที่จะลงโทษจำเลยฐานฉ้อได้ต่อเมื่อปรากฏในฟ้องว่าจำเลยได้หลอกลวง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
อาชญา ม.294 อาชญา ม.304 อาชญา ม.321
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ทางพิจารณาได้ความว่าโคของ ล.หายไป ล.วานจำเลยติดตาม จำเลยตามไปพบและจับโคนั้นมา แต่ไม่ส่งแก่ ล. กลับอุบายบอกว่า พ.ลักโคนั้นต่อไปอีก ต้องเสียค่าไถ่ ๑๕ บาทจึงจะได้คืน ล.ให้เงินจำเลยไปจำเลยจึงนำโคมาคืนให้ดังนี้ แต่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักโคนี้ไปและต้องเสียค่าไถ่จึงได้คืนมา ขอให้ลงโทษตาม ม.๒๙๔
ศาลเดิมฟังว่าจำเลยเปนผู้ร้ายลักโคมีผิดตาม ม.๒๙๔ ให้จำคุก ๑ ปี
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยไม่ได้เปนผู้ร้ายลักโคหรือมีผิดฐานรับของโจร จะมีผิดฐานอื่นก็ไม่ตรงกับฟ้อง จึงตัดสินกลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกาว่าจำเลยควรมีผิดฐานลักทรัพย์ ถ้าเปนความผิดฐานฉ้อโกงศาลก็ลงโทษได้
ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าพิจารณาปรากฏว่าความผิดตามข้อหาโจทก์เปนฉ้อโกง ก็ลงโทษจำเลยได้ตามฎีกาที่ ๕๘๒/๑๓๑ คดีนี้ตามฟ้องโจทก์ว่าจำเลยลักโคแต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยลักโคหรือฉ้อโกงโคของ ล.ไปเปนแต่ปรากฏว่าจำเลยมารับเอาเงินค่าไถ่ไปจาก ล. ๑๕ บาท แต่ตามฟ้องโจทก์ก็หาได้กล่าวว่าจำเลยหลอกลวงเอาเงินของ ล.ไปไม่ ซึ่งเปนคนละเรื่องกับข้อหาโจทก์ จะลงโทษจำเลยไม่ได้ จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1129/2473
อัยยการสงขลา โจทก์
นายไข่แดง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสงขลา · จำเลย - นายไข่แดง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิชัย · พิพาก · พรหม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระยาพิจารณา · ศาลอุทธรณ์ - พระยาดุลยธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา