⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 628/2475

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 628/2475

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่ผู้ขายไม่สามารถส่งมอบทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งหนี้ได้ทั้งหมด เพราะตนไม่มีสิทธิบริบูรณ์ในทรัพย์สินนั้น ถือว่าผู้ขายเป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู้ซื้อย่อมมีสิทธิเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงได้ 2. การฟ้องคดีอาญาในความผิดฐานฉ้อโกง ต้องมีการนำสืบให้ได้ความว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตในการกระทำนั้น 3. หากศาลยกฟ้องคดีอาญาในความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว โจทก์ยังสามารถฟ้องคดีแพ่งในส่วนของการผิดสัญญาได้ และโจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ศาลเห็นว่าตนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนเท่าใด

ย่อคำพิพากษา

ชำระหนี้ไม่ได้เพราะวัตถุแห่งหนี้เป็นการ+วิสัยในภายหลังไม่เข้า ม. 379 สัญญา,ค่าเสียหาย คำสัญญา+ทั้งหมดแต่เจ้าพนักงานไม่ทำสัญญาให้เพราะที่บางส่วนมีพระบรมราชวินิจฉัยแบ่งให้ราษฎรดังนี้ถือว่าผู้ขายเป็นฝ่ายผิดสัญญา เพราะตนไม่มีสิทธิบริบูรณ์ในที่ ๆ จะขาย ผู้ซื้อเรียกค่าเสียหายที่ได้เสียไปจริงจังได้ วิธีพิจารณาแพ่ง วิธีพิจารณาอาชญา ฟ้องว่าหลอกลวงต้องนำสืบเจตนาทุจจริต ฟ้องว่าผิดสัญญา + หลอกลวง เมื่อศาลยกฟ้องความอาชญา พิจารณาความแพ่งต่อไปได้ หน้าที่นำสืนฟ้องเรียกค่าเสียหายโจทก์+สืบว่าได้เสียหายไปจริงเท่าใดจึงจะชนะคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.379 อาชญา ม.87 อาชญา ม.304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินให้โจทก์ ๆ ได้วางเงินมัดจำไว้บ้างแล้ว ในสัญญามีว่าถ้าผู้ขายไม่ขายให้ผู้ซื้อ ผู้ขายจะยอมให้ปรับ ฯลฯ ครั้นเมื่อถึงกำหนดจึงไปทำสัญญาซื้อขายกันที่หอทะเบียน เจ้าพนักงานบอกว่าที่ดินบางส่วนขายให้ไม่ได้ เพราะได้มีพระบรมราชวินิจฉัยจัดแบ่งให้ราษฎร โจทก์จึงฟ้องเป็นความแพ่งแลอาชญาปนกันว่าจำเลยหลอกลวงขายที่ให้โจทก์ขอให้ลงโทษแลเรียกค่าเสียหาย ฐานผิดสัญญา ศาลล่างทั้งสองตัดสินให้ใช่ค่าเสียหายตามสัญญาตาม ป.พ.พ.ม.๓๗๙ และให้คืนเงินมัดจำส่วนข้อหาทางอาชญาให้ยกฟ้อง เพราะสืบเจตนาทุจริตไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้ โจทก์ฟ้องความแพ่งแลอาชญาปนกัน เมื่อยกฟ้องอาชญาของโจทก์ ฟ้องของโจทก์ในคดีแพ่งก็ยังคงเป็นฟ้องอยู่ ศาลพิจารณาต่อไปได้ ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยยอมขายสัญญาแต่ขายไม่ได้ เพราะเจ้าพนักงานไม่ยอมทำสัญญาดังนี้ จำเลยก็คงเป็นฝ่ายผิดสัญญาในฐานที่ตนไม่มีสิทธิบริบูรณ์ในที่ดินที่จะขาย โจทก์มีอำนาจเรียกค่าเสียหายได้แต่ไม่ใช่ค่าเสียหายตามข้อสัญญาที่ตกลงกัน เป็นค่าเสียหายอื่น ๆ ที่โจทก์ได้เสียไป และจะยกเอา ป.พ.พ.ม. ๓๗๙ มาปรับแก่คดีไม่ได้ เพราะเรื่องไม่เข้าบทประมวลแพ่งฯที่กล่าวแล้ว ส่วนค่าเสียหายโจทก์ก็สืบไม่ได้ว่าได้ลงทุนอะไรไปบ้าง จึงตัดสินแก้ศาลล่างให้จำเลยคืนเงินมัดจำให้โจทก์กับดอกเบี้ยนับแต่วันรับเงินมัดจำจนกว่าจะนำเงินวางศาล ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 628/2475 นายอุ้ย นายโอ โจทก์ นายบุญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุ้ย นายโอ · จำเลย - นายบุญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)หริศ · พรหม · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2088/2544ฎีกา 6236/2551ฎีกา 1364/2503ฎีกา 2906/2548ฎีกา 2571/2529ฎีกา 1345/2532ฎีกา 458/2535ฎีกา 591/2531ฎีกา 4244/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 4553/2544ฎีกา 96/2534ฎีกา 8688/2551ฎีกา 5470/2537ฎีกา 3414/2541ฎีกา 2536/2529ฎีกา 1008/2548ฎีกา 2385/2523ฎีกา 1153/2473ฎีกา 6473/2541ฎีกา 5996/2530ฎีกา 894/2540ฎีกา 9072/2547ฎีกา 3295/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา