คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 492/2474
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองที่ดินของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะครอบครองมานาน ก็ไม่ทำให้เกิดสิทธิครอบครอง และเมื่อถูกสั่งให้รื้อถอน หากไม่ปฏิบัติตาม อาจมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานได้ แต่การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินของรัฐนั้น ผู้ครอบครองไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยปลูกเรือนโรงในที่ทางหลวงมาช้านาน เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้รื้อถอนไป จำเลยไม่รื้อก็ยังไม่มีผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ที่ดินกฎเสนาบดีเกษตร์ วิธีพิจารณาแพ่ง ค่าเสียหายที่ต้องรื้อ ผู้ใดอยู่ในที่หลวงเมื่อต้องรื้อไปไม่ได้ค่าเสียหาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
อาชญา ม.334
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยปลูกเรือนโรงในเขตต์ถนนแลริมคลองรังสิต ซึ่งอยู่ในเขตต์ที่ๆ รัฐบาลกันไว้เป็นทางหลวงมาประมาณ ๒๐ ปีแล้ว ต่อมาจำเลยได้รับอนุญาตจากอำเภอยอมให้จำเลยซ่อมแซมโรงเรือนที่ชำรุด ครั้นกรมซลปทานต้องการที่นี้เป็นทางหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงสั่งให้จำเเลยรือถอนเรือนโรงนี้ไปให้พ้นเขตต์ทางหลวงภายใน ๓ เดือน เมื่อพ้นกำหนดแล้วจำเลยก็หารื้อถอนไปไม่ โจทก์จึงขอให้ลงโทษฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตาม ม.๓๓๔
ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยยังไม่มีผิดตาม ม.๓๓๔ ข้อ ๒ เพราะเจ้าพนักงานปล่อยให้ จ. จำเลยอยู่มาตั้ง ๒๐ ปี แล้ว เรื่องเช่นนี้เจ้าพนักงานมีอำนาจที่จะฟ้องขับไล่ จ.ได้ตามกฏหมาย แลคดีนี้โจทก์ก็ขอให้ขับไล่ จ.ด้วย จ.จะยกเอาเหตุได้อนุญาตให้ซ่อมแซมโรงมาขัดขวางไม่ได้ แลไม่มีทางที่จะคิดค่าเสียหายได้ด้วย จึงให้ขับไล่จำเลยอย่างเดียว
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 492/2474
อัยการธัญญบุรี โจทก์
นายเจ็ง นายเผือก นายรอด ล
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการธัญญบุรี · ล - นายเจ็ง นายเผือก นายรอด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิพาก · พรหม · วิกรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงนฤนาท ประไพ · ศาลอุทธรณ์ - พระยา ภะรต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา