คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 859/2477
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นตัวการร่วมกันกระทำความผิด ไม่จำเป็นต้องมีการตกลงหรือรู้เห็นกันมาก่อน แต่หากได้ร่วมมือกระทำผิดอย่างเดียวกันในขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นตัวการร่วมกันได้
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานเป็นตัวการกระทำผิดด้วยกันนั้นไม่จำเป็นต้องได้ความว่าได้คบคิดรู้เห็นกันมาแต่ต้นเมื่อปรากฎว่าจำเลยเป็นพวกเดียวกันได้ร่วมมือกระทำผิดอย่างเดียวกันใน ขณะเดียวกันก็เป็นผิดฐานเป็นตัวการด้วยกันได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
อาชญา ม.63
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้จำเลยกับพวกสมคบกันใช้อาวุธทำร้ายร่างกาย ฮ.ถึงแก่ความตาย
ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาให้จำคุกจำเลยคนละ ๑๕ ปี ตามมาตรา ๒๔๙
จำเลยฎีกาว่าคดีไม่ปรากฎว่าจำเลยได้สมคบกันมากระทำผิด จะลงโทษเป็นตัวการไม่ได้
ทางพิจารณาได้ความว่าญาติของผู้ตายมีสามีเหตุอยู่แก่ฝ่ายจำเลย แลจำเลยกับพวกนี้เป็นญาติพี่น้องแลเพื่อนฝูงกัน ในวันเกิดเหตุผู้ตายเดิรไปทางเรือน ช. จำเลย+ แล ร.จำเลยเดิรตามหลังผู้ตายไป ผู้ตายเดิรไปหยุดพูดกับ ช.จำเลย พอพูดขาดคำ ร.จำเลยก็เดิรไปทันแลยกมีดฟันผู้ตายที่ท้ายทอย ผู้ตายวิ่งไปขอให้ ช.จำเลยช่วย อีกสักครู่ ช.ร.ท. จำเลยกับ พ.วิ่งเข้าไปกลุ้มรุมทำร้ายผู้ตาย ต่อมาตอนค่ำผู้ตายก็ถึงแก่ความตาย
ศาลฎีกาเห็นว่าคดีไม่จำเป็นต้องได้ความว่าจำเลยได้คบคิดรู้เห็นกันมาแต่ต้น เมื่อปรากฎว่าจำเลยเป็นพวกเดียวกันได้ร่วมมือกันกระทำผิดอย่างเดียวกันในขณะเถียงกันก็ต้องมีผิดฐานเป็นตัวการ จึงพิพากษาให้ยืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 859/2477
อัยยการปากพนัง โจทก์
นายรื่น แก้วเชิด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการปากพนัง · จำเลย - นายรื่น แก้วเชิด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย · พรหม · กฤต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา