คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลยในความผิดแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี คู่ความจะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
คดีอาญาที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลยเรียงกะทงความผิดเป็น 3 กะทง แต่ละกะทงกำหนดโทษไม่เกิน 5 ปีดังนี้คู่ความจะฎีกาในข้อเท็จจริงมิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าจำเลยมีความผิด ๓ กะทง คือฐานฉุดคร่า ข่มขืนกระทำชำเรา และฐานลักทรัพย์ในเวลาค่ำคืน พิพากษาให้จำคุก ๒ ปีตามมาตรา ๒๗๖ จำคุก ๓ ปีตาม ม.๒๔๓ จำคุก ๑ ปีตามมาตรา ๒๙๓(๑) รวม ๓ กะทงเป็นจำนวน ๖ ปี
จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีนี้ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาต้องกันมาให้ลงโทษจำเลยเรียงกะทงความผิด และแต่ละกระทำกำหนดโทษไม่เกิน ๕ ปี คู่ความจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๘ จึงให้ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2479
อัยยการนนทบุรี โจทก์
นายเละ ตะเลมัน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนนทบุรี · จำเลย - นายเละ ตะเลมัน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · อมาตย · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงประจิตตินฤมนต์ · ศาลอุทธรณ์ - พระวรพจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา