คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 78/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดในเวลากลางวัน แต่พยานหลักฐานของโจทก์เองนำสืบได้ว่าจำเลยกระทำผิดในเวลากลางคืน และจำเลยได้นำสืบสอดคล้องกับพยานหลักฐานของโจทก์เช่นนั้น ไม่ถือว่าเป็นการหลงประเด็นหรือหลงต่อสู้ตามมาตรา 192 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดในเวลากลางวัน ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทำผิดในเวลากลางคืนและจำเลยก็นำสืบตามที่ปรากฎเหตุเกิดตามคำพะยานโจทกืทั้งสิ้น ไม่เป็นการหลงต่อสู้เช่นนี้ลงโทษจำเลยได้
คำว่า "ข้อเท็จจริง" ตามมาตรา 192 วรรค 2 นั้น ต้องเป็นข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันอันเป็นสาระสำคัญขององค์แห่งความคิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดในเวลากลางวัน ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทำผิดในเวลากลางคืน แต่ปรากฎว่าจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ เพราะจำเลยได้นำสืบเป็นเวลากลางคืนเช่นเดียวกับที่ปรากฏเหตุเกิดขึ้นตามคำพะยานโจทก์ทั้งสิ้น
ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง ๔ คนตามมาตรา ๒๕๖ มีกำหนดคนละ ๒ ปี
ศาลฎีกาตัดสินคำว่า "ข้อเท็จจริง" ที่กล่าวไว้ในมาตรา ๑๙๒ แห่งประมวลวิธีพิจารณาความอาญานั้น ต้องเป็นข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันอันเป็นสาระสำคัญขององค์แห่งความผิด แต่เวลาที่กล่าวในฟ้องสำหรับคดีนี้ไม่ใช่สาระสำคัญแห่งองค์กระทำผิดคดีนี้โจทก์ได้อ้างวันซึ่งจำเลยกระทำผิดทั้งจำเลยก็ได้ต่อสู้คดีตามที่พิจารณา-ได้ความตามคำพะยานโจทก์ ฉะนั้นจำเลยจึงมิได้หลงข้อต่อสู้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 78/2479
อัยยการอุตตรดิตถ์ โจทก์
นายลาน นายเริง นายเรียง นายอุย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการอุตตรดิตถ์ · จำเลย - นายลาน นายเริง นายเรียง นายอุย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย · นิติศาสตร์ · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงวิสิษฐ์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา