คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743-744/2485
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบาดเจ็บที่ทำให้ไม่สามารถใช้มือข้างนั้นทำงานได้ตามปกติ ถือเป็นเหตุฉกรรจ์ตามกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) การกระทำความผิดโดยมีเจตนาอาฆาตมาดร้ายมาก่อน ถือเป็นพฤติการณ์ที่ศาลจะนำมาประกอบการพิจารณาลงโทษได้
ย่อคำพิพากษา
แผลถูกตีหลังมือขวาโคนนิ้ว+กระดูกหักต้องเข้าเผือก + เดือนทำงานตามปรกติไม่ได้ เพราะมือกำไม่เข้า ใช้+อะไรไม่ถนัดตามปรกติก็อยู่ในลักษณะสาหัสตามกฎหมาย อาญา ม.256 (8). จำเลยโกรธเคืองโจทก์ที่เป็นทนายฟ้องจำเลยได้เคยแสดงความอาฆาตจะทำร้ายมาหลายครั้ง ในที่สุดมาดักทำร้ายได้ดังนี้เข้าลักษณะเป็นการทำทำร้ายโดยความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสองสำนวนนี้มูลกรณีเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณารวมกันเชื่อคำพยานโจทก์ว่าจำเลยทำร้ายหลวงประจิติฯ สาเหตุที่จำเลยทำร้ายได้ความว่าหลวงประจิติฯ เป็นทนายนายเข้มฟ้องจำเลยว่าตัดต้นพลูของนายเข้ม จำเลยผูกใจเจ็บเนื่องแต่เหตุนี้ แต่เห็นว่าจะลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๕๗ ตามด้วยฟ้องโจทก์ไม่ได้ จึงพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย+๒๕๖
หลวงประจิติฯโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าตามคำพยานฟังได้ว่าจำเลยทำร้ายหลวงประจิติฯบาดแผลถึงสาหัสจริง ดังศาลชั้นต้นวินิจฉัยและจำเลยทำร้ายโดยความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายตามมาตรา ๒๕๗ ประกอบด้วยมาตรา ๒๕๐ (๓) ฟ้องของหลวงประจิติฯ ก็ได้บรรยายข้อเท็จจริงประจักษ์แจ้งแสดงว่าจำเลยได้ทำร้ายโดยความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมาย เพราะได้บรรยายถึงสาเหตุโกรธเคืองที่เป็นทนายนายเข้มฟ้องจำเลยถึงกับจำเลยจะทำร้ายมาครั้งหนึ่งแล้ว และยังฟูดอาฆาตด้วยในที่สุดฟ้องได้รวมความว่าเนื่องจากที่จำเลยมีความโกรณเคืองและพูดอาฆาตดังกล่าวมาแล้วจำเลยจึงได้ทำร้าย จึงพิพากษาแก้ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๕๗
อธิบดีศาลอุทธรณ์มีความเห็นแย้งว่า จำเลยมีผิดตามมาตรา ๒๕๕ ประกอบด้วยมาตรา ๒๕๐ (๓) เท่านั้น และอนุญาตให้จำเลยฎีกา
จำเลยฎีกาในข้อเหล่านี้
ก.บาดแผลของหลวงประจิติฯไม่ถึงสาหัสตามกฎหมาย
ข.การกระทำของจำเลยไม่เข้าลักษณะพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมาย และคำฟ้องในข้อนี้เป็นฟ้องเคลือบคลุม
ค. ศาลอุทธรณ์วางกำหนดโทษจำเลย ๔ ปีแรงเกินไป
ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาข้อ ก. ได้ความว่าหลวงประจิติฯถูกจำเลยตีรวม ๑๑ แผลๆ สำคัญนั้นหลังมือขวาตอนโคนนิ้วก้อยกระดูกหักต้องเข้าเผือกอยู่ ๑ เดือน เพราะมือขวากำไม่เข้าหยิบดินสอปากกาไม่ได้ ต่อมาจนถึงวันเบิกความเป็นพยาน(วันที่ ๒ กรกฎาคม, ถูกทำร้ายวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๔๘๔) หลังมือขวาก็ยังบวมอยู่ใช้จับอะไรไม่ถนัดตามปรกติ ดังนี้ ตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๕๖ (๘) ตอนท้ายบัญญัติไว้ว่า "ฯลฯ หรือแม้ถึงไม่สามารถจะประกอบการพาเลี้ยงชีพได้โดยปรกติเพราะความทุพพลภาพหรือพยาธินั้นเกินกว่า ๒๐ วันก็ดี" เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายสาหัส หลวงประจิติฯ ถูกจำเลยทำร้ายมีบาดเจ็บและอาการดั่งกล่าวแล้ว ก็อยู่ในลักษณะสาหัสตามกฎหมายที่กล่าวแล้ว
ฎีกาข้อ ข. ก็เห็นว่าตามข้อเท็จจริงจำเลยได้ทำร้ายหลวงประจิติฯ โดยความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมาย และฟ้องของโจทก์ก็มิได้เป็นฟ้องเคลือบคลุมในข้อนี้
ฎีกาข้อ ค. เห็นว่าศาลอุทธรณ์วางโทษเพียง ๔ ปีตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๕๗ มิได้แรงเกินไป
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743 - 744/2485
พนักงานอัยการ โจทก์
นายสมาน เบณสตอ จำเลย
หลวงประจิตินริมนต์ โจทก์
นายสมาน เบณสตอ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ · จำเลย - นายสมาน เบณสตอ · โจทก์ - หลวงประจิตินริมนต์ · จำเลย - นายสมาน เบณสตอ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อ.ช. เพ็นชาติ · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · อ.ช. เพ็นชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระดุลยกรน์พิ+ · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพย์ปริญญา-พระมนูภาพวิมลศา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา