คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1157/2480
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเดินเรือแอบฝั่งทั้งสองฝ่าย ถือเป็นการประมาทของทั้งสองฝ่าย แม้ฝ่ายหนึ่งจะละเลยข้อกำหนดเรื่องสัญญาณไฟและประกาศนียบัตร ก็ไม่อาจยกเว้นความผิดของอีกฝ่ายได้
ย่อคำพิพากษา
เรือของโจทก์เดินตามน้ำแต่แล่นแอบฝั่งโดนกับเรือของจำเลยที่เดินทวนน้ำ และแล่นแอบฝั่ง ถึงแม้ว่าเรือจำเลยจะมิได้จุดไฟเขียวแดงและผู้ถือห้ายไม่มีประกาศนียบัตร์ก็ตามต้องถือว่าฝ่ายโจทก์เป็นผู้ประมาทโดยตรงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าเรือยนต์ของโจทก์โดนกับเรือยนต์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งมีจำเลยที่ 3 เป็นผู้ถือท้ายเรือเสียหายปรากฏว่าจำเลยที่ 3 นี้ไม่ได้มีใบอนุญาตและประกาศนียบัตร์สำหรับตัว โจทก์จึงฟ้องจำเลยเรียกค่าเสียหาย
ศาลฎีกาฟังข้องเท็จจริงว่าในคืนเกิดเหตุเรือขอโจทก์แล่นตามน้ำมาและแล่นแอบฝั่ง เรือของจำเลยแล่นทวนน้ำแอบฝั่งมาฝั่งเดียวกัน แล้วจังเกิดโดนกันขึ้น เห็นว่าแม้เรือจำเลยจะไม่จุดไฟเขียวแดง และนายท้ายไม่มีประกาศนียบัตร์และไม่ได้รับอนุญาตนับว่าทำผิดกฎหมายก็ตาม แต่มูลเหตุของการชนนี้เกิดขึ้นเนื่องจากเรือโจทก์เดินผิดทาง เพราะตาม ม. 68 แห่ง พรบ การเดินเรือแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2477 บัญญัติให้เรือที่เดินตามน้ำเดินกลางแม่น้ำ ลำคลองเรือที่เดินทวนน้ำเดินแอบฝั่ง เมื่อเช่นนี้การที่เรือโจทก์เดินผิดทางเป็นส่วนใหญ่ของเหดตุที่ให้เกิดเรือชนกันขึ้น จำเลยจึงไม่จำต้องรับผิดใช้ค่าเสียหาย ให้โจทก์พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1157/2480
ขุนนิพัทธหริณสูตร โจทก์
นางน้ำอบ ก๋งเทเวศม์ที่ 1 นายวัน พลพิทักษ์ที่ 2 นายเส็ง สาธุการที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ขุนนิพัทธหริณสูตร · จำเลย - นางน้ำอบ ก๋งเทเวศม์ที่ 1 นายวัน พลพิทักษ์ที่ 2 นายเส็ง สาธุการที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดูปลาตร์ · มนธา · อมาตย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา