⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 51/2480

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 51/2480

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นในคดีที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปแล้ว และจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นนั้น ถือว่าคดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145

ย่อคำพิพากษา

ปลอมหนังสือสัญญากู้ขึ้นแล้วฟ้องเรียกเงินตามสัญญานั้น ศาลจึงพิพากษาให้ผู้กู้ในสัญญาปลอมนั้นใช้เงินผู้กู้ต้องถูกยึกทรัพย์ใช้เงินตามสัญญาดังนี้ ผุ้กู้จึงฟ้องเป็นคดีอาญาขอให้ลงโทษฐานปลอมหนังสือ จนศาลได้พิพากษาให้ลงโทษคดีถึงที่สุดไปแล้ว ดังนี้ผู้กู้กลับมาฟ้องเรียกค่าเสียหายเพราะเหตุที่ถูกยึดทรัพย์ใช้เงินตามสัญญากู้ปลอมนั้นได้ ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 อย่างไรไม่เรียกว่าเป็นคดีเสร็จเด็ดขาด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่าเดิมจำเลยในคดีนี้ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในคดีแพ่งเรื่องหนึ่งเรียกเงินตามสัญญากุ้ ๑๗๓๒ บาท ปรากฎว่าเดิมสัยญากู้ที่จำเลยฟ้องนี้ไม่มีพะยานรับรองลายมือผู้กู้ จำเลยจึงขอให้ผู้อื่นลงนามเป็น พะยานรับรองลายมือผู้กู้แล้วมาเบิกความเท็จต่อศาลประกอบเอกสารนั้นอีก ศาลเชื่อตามนั้น จึงพิพากษาให้โจทก์ใช้เงินตามสัญญากู้ คดึถึงที่สุดโจทก์ถูกยึดทรัพย์เอาออกขายทอดตลาดใช้หนี้แก่จำเลย โจทก์จึงฟ้องจำเลยำกับพวกเป็นคดอาญาหาว่าปลอมหนังสือแลเบิกความเท็จ โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยในคดีนี้ว่าเนื่องจากจำเลยเบิกความเท็จกระทำให้ศาลหลงเชื่อ ถึงได้พิพากษาให้โจทก์แพ้ความ โจทก์ถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาดเป็นเหตุให้โจทก์เสียหายจึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๑๓๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับศาลชั้นต้นให้จำเลยใช้เงินตามฟ้อง จำเลยฎีกาว่า ศาลได้พิพากษาคดีนั้นเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว แลจำเลยยึดทรัพย์โจทก์ขายทอดตลาดก็เพราะผลแห่งคำพิพากษาโจทก์กลับมาฟ้องจำเลยเท่ากับเพิกถอนคำพิพากษาอันเสร็จเด็ดขาดนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นเพราะการกระทำของจำเลยผิดกฎหมาย จึงเป็นเหตุให้โจทก์ต้องคำพิพากษาและถูกยึดทรัพย์ ได้รับความเสียหาย ต้องนับว่าจำเลยกระทำการอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดของจำเลยตามประมวลแพ่ง ม.๔๒๐ แลเห็นว่าตามฎีกาของจำเลย คดีนี้เป็นคนละเรื่องกัลการบังคับตามคำพิพากษาเดิมนั้น โจทก์ได้ชำระหนี้ให้จำเลยไปตามคำพิพากษาของศาลทุกอย่างแล้ว คำพิพากษานั้นก็เกิดผลไปแล้ว แม้จะฟ้องคดีอีกก็ไม่เรียกว่าแก้ไขคำพิพากษานั้นเลย คดีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ได้รับความเสียหายเพราะจำเลยกระทำผิดกฎหมาย โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ ไม่เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาเดิมอย่างไร จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 51/2480 นายอิน ยัตรีสิงห์ โจทก์ นางใจ วงศ์วาน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอิน ยัตรีสิงห์ · จำเลย - นางใจ วงศ์วาน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดูปลาตร์ · นล · อิศร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา