คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์แล้ว โจทก์จะขอสืบพยานเพื่อพิสูจน์ความผิดฐานลักทรัพย์อีกไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์หรือยักยอกเก็บของตกเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพว่าได้ยักยอกเก็บของตกจริง ศาลก็พิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้วดังนี้ไม่พึงที่โจทก์จะมาแถลงขอสืบพะยานฐานลักทรัพย์อีกต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลยหาว่าลักหรือยักยอกลูกเป็ด
จำเลยรับสารภาพว่าเก็บลูกเป็ดได้ ๆ ยักยอกเอาไว้เสีย โจทก์แถลงจะขอสืบพะยานฐานลักทรัพย์
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพะยานแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๑๘
ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืน
โจทก์ฎีกาต่อมาว่าศาลควรให้โจทก์สืบพะยานในข้อหาฐานลักทรัพย์ด้วย และว่าในความผิดฐานยักยอกศาลมิได้สืบพะยานในข้อที่ว่าเจ้าทุกข์ได้มอบคดีแล้ว
ศาลฎีกาตัดสินว่าฟ้องโจทก์เป็น ๒ นัย คือฐานลักทรัพย์หรือยักยอกเก็บของตก เมื่อจำเลยรับสารภาพในความผิดฐานยักยอกเก็บของตก ศาลก็ลงโทษจำเลยตามนั้น การที่โจทก์ขอสืบพะยานฐานลักทรัพย์ซึ่งถ้าเป็นความจริงแล้วทำไมโจทก์จึงไม่ฟ้องจำเลยฐานลักทรัพย์แต่เพียงฐานเดียวเล่า ฎีกาของโจทก์อีกข้อหนึ่งนั้นโจทก์มิได้ยกขึ้นแต่แรก ไม่ชอบที่จะยกในข้อนี้ ให้ยกเสียพิพากษายืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2481
อัยยการนสมุทรปราการ โจทก์
นายเต่า เกิดเพิ่ม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนสมุทรปราการ · จำเลย - นายเต่า เกิดเพิ่ม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · นิติศาสตร์ · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระราชปรีชา · ศาลอุทธรณ์ - พระนนทปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา