คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1307-1308/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่ากระทำผิดระหว่างวันที่ 17 - 18 ต่อกัน ถือว่าจำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องของโจทก์บรรยายว่าจำเลยทำผิดเวลากลางคืนระหว่างวันที่ 17 - 18 ต่อกัน ดังนี้ถือได้ว่าเปนฟ้องที่ทำให้จำเลยเข้าใจได้ดีแล้วไม่ทำให้เสียเปรียบในเชิงคดีอย่างไร
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อเวลากลางคืนวันที่ ๑๗ -๑๘ พฤศจิกายน ๒๔๗๙ ต่อกัน จำเลยกับพวกสมคบกันปล้นทรัพย์ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.๓๐๑,๒๕๐
ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันว่าจำเลยทำการปล้นทรัพย์รายนี้จริงตามโจทก์หาพิพากษาลงโทษจำเลย
จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์กล่าวหาจำเลยเปน ๒ วันทำให้จำเลยเสียเปรียบในเชิงคดี
ศาลฎีกาพิจารณาพิพากษาว่าตามฟ้องของโจทก์ว่าจำเลยกระทำผิดเมื่อเวลากลางคืนระหว่างวันที่ ๑๗-๑๘ ต่อกัน ดังนี้ เปนการชัดเจนทำให้เข้าใจว่าโจทก์หาว่าจำเลยทำผิดเวลากลางคืนของวันที่ ๑๗ ต่อกับวันที่ ๑๘ นั่นเอง เพราะมีคำว่า "ระหว่าง" อยู่ข้างหน้าคำว่า"ต่อกัน"อยู่ข้างหลังของวันที่ ๑๗ -๑๘ ทำให้จำเลยเข้าใจฟ้องของโจทก์ได้ดีแล้ว จำเลยไม่เสียเปรียบในเชิงคดีอย่างไรพิพากษายืน ยกฎีกาจำเลยเสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1307 - 1308/2481
อัยยการเพ็ชร์บุรี โจทก์
นายโหม่ง จำเลย
นายถัน ปาลิตบุตร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการเพ็ชร์บุรี · จำเลย - นายโหม่ง · จำเลย - นายถัน ปาลิตบุตร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · อิศร · ดูปลาตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระดุลยรัตนพจนาท · ศาลอุทธรณ์ - หลวงประเสริฐมนูศิล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา