คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 502/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดในเวลากลางคืน ต้องเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นระหว่างพระอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้น หากฟ้องว่ากระทำผิดในคืนหนึ่ง แต่ได้ความว่ากระทำผิดในอีกคืนหนึ่ง แม้จะอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็ถือว่าข้อเท็จจริงที่ฟ้องไม่ตรงกับที่ได้ความ ต้องยกฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
กลางคืนหมายความว่าขอลาระหว่างตั้งแต่พระอาทิตย์ตกไปจนพระอาทิตย์ขึ้น
ฟ้องว่ากระทำผิดในคืนวันที่ 10 ได้ความว่ากระทำผิดในคืนวันที่ 9 แม้จะเป็นเวลาเที่ยงคืนล่วงแล้วก็ต้องยกฟ้อง
อ้างฎีกาที่ 1272/2479
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดเมื่อคืนวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๘๐ ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทำผิดเมื่อวันขึ้น ๖ ค่ำเดือนอ้าย ซึ่งตรงกับวันที่ ๙ ธันวาคม
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเหตุเรื่องนี้เกิดเมื่อพ้นเที่ยงคืนแล้ว ถ้านับตามแบบใหม่ก็เป็นวันที่ ๑๐ จึงพิพากษากลับศาลชั้นต้นลงโทษจำเลย
ศาลฎีกาตัดสินว่าตามนัยฎีกาที่ ๑๒๗๒/++++ และ ม.๖(๒๔) แห่งกฎหมายอาญา เวลากลางคืนนั้นคือตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนถึงพระอาทิตย์ขึ้น เวลากลางคืนวันที่ ๑๐ ตามโจทก์ในคดีนี้ต้องถือว่าตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนพระอาทิตย์ขึ้น แต่จะกลับกลายมาเป็นเวลากลางคืนของวันที่ ๙ ไม่ได้ เพราะวันที่ ๙ เวลาเที่ยงคืนล่วงแล้วก็เป็นเวลากลางคืนวันที่ ๙ อยู่นั่นเอง เมื่อเช่นนี้เรียกว่าโจทก์ฟ้องผิดวันลงโทษจำเลยมิได้ ต้องยกฟ้องดังศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 502/2481
พนักงานอัยยการ โจทก์
นายเขียง แจ่มจันทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยยการ · จำเลย - นายเขียง แจ่มจันทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · อมาตย์ · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงวรนิติปรีชา · ศาลอุทธรณ์ - พระยาภัทรนาวิก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา