คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์และฐานรับของโจรเป็นความผิดคนละฐานกัน แม้การกระทำจะเกี่ยวเนื่องกันก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักโคไป ต่อมาจำเลยรับไถ่ถอนโครายนี้ไว้ จำเลยจึงได้ลักหรือรับของของโจรโครายนี้ ต้องถือว่าฟ้องโจทก์บรรยายความผิดฉะเพาะฐานลักทรัพย์เท่านั้น ฐานรับของโจร+จะนับว่าเป็นข้อหาด้วยหาได้ไม่ฎีกาอุทธรณ์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง ๓ สมคบกันลักโคของ ส.ไป ต่อมาจำเลยรับไถ่ถอนโครายนี้ จำเลยจึงได้ลักหรือรับของโจรโครายนี้ ขอให้ลงโทษจำเลย
ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยไม่ไดลักทรัพย์แต่จำเลยมีผิดฐานรับของโจรตาม ม.๓๒๑
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าความผิดฐานรับของโจรมิใช่ความประสงค์อันแท้จริงของโจทก์ ที่จะให้ลงโทษจำเลย ฟ้องชนิตนี้จะรับพิจารณาฐานรับของโจรมิได้ คงรับได้แต่ฐานลักทรัพย์ฐานเดียว ซึ่งพะยานของโจทก์ก็ไม่เพียงพอ จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาตัดสินว่าข้อหาเรื่องลักทรัพย์ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ต้องถือว่าเด็ดขาดเพียงศาลอุทธรณ์แล้ว ในปัญหาเรื่องรับของโจรตามฟ้องของโจทก์ตอนแรกกล่าวว่าจำเลยลักทรัพย์จะกลับมากล่าวหาว่าจำเลยรับของโจรรายเดียวกันนั้นเป็นการขัดกันตรงกันข้าม ตาม ม.๑๕๘ (๒) แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญาต้องถือว่าโจทก์แจ้งฐานความผิดเพียงลักทรัพย์เท่านั้น ฐานรับของโจรจะนับว่าเป็นข้อหาด้วยมิได้ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2481
อัยยการลพบุรี โจทก์
นายตา กลมอ่อน นายตะ โพธ์ทองงาม นายกา โพนทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการลพบุรี · จำเลย - นายตา กลมอ่อน นายตะ โพธ์ทองงาม นายกา โพนทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · นิติศาสตร์ · วิเศษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระชัยเบญญา · ศาลอุทธรณ์ - พระยาเลขาณิชย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา