คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1076/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะลงโทษจำเลยตามมาตรา 321 แห่งประมวลกฎหมายอาญาได้นั้น จำเลยต้องกระทำการโดยมีเจตนาที่จะแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น การที่ศาลจะตัดสินลงโทษจำเลยโดยอาศัยเพียงคำรับสารภาพของจำเลย โดยที่โจทก์ไม่ได้นำสืบพยานหลักฐานอื่นประกอบให้ศาลเห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาดังกล่าวข้างต้นหรือไม่ ย่อมเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่ามีคนร้ายลักทรัพย์ไป แล้วจับได้จากจำเลยโดยจำเลยลักหรือรับไว้โดยรู้สึกว่าเป็นของร้าย ขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 93,321 จำเลยรับสารภาพ โจทก์จำเลยไม่สืบพะยาน ศาลต้องตัดสินยกฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่ามีคนร้ายลักน้ำอบของเจ้าทรัพย์ไป ต่อมาในคืนวันนั้นจับตัวจำเลยได้พร้อมด้วยน้ำอบที่ถูกลักอยู่ในความครอบครองของจำเลย โดยจำเลยลักมาหรือรับไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้าย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญา ม.๒๙๓,๓๒๑
จำเลยรับสารภาพว่าได้ทำผิดตามฟ้องทุกประการ โจทก์จำเลยไม่สืบพะยาน
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๒๑
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าชี้ไม่ได้ว่าจำเลยทำผิดฐานใดอันควรลงโทษได้ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดฐานลักทรัพย์กับรับของโจรนั้นเป็นความผิดคนละฐาน จะลงโทษคน ๆ เดียวในเรื่องเดียวทั้ง ๒ ฐานด้วยกันไม่ได้ คำรับของจำเลยไม่ชัดเจนพอจะชี้ขาดว่าได้ทำผิดฐานใด เป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบต่อไปให้ได้ความว่าทำผิดฐานใดแน่ คดีจึงลงโทษ จำเลยไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1076/2482
อัยยการสมุทรปราการ โจทก์
นายจัน ชังบุญนาก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสมุทรปราการ · จำเลย - นายจัน ชังบุญนาก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย · วิเศษ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระราชปรีชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา