คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1079/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานตัดไม้หวงห้าม ต้องเป็นการตัดในป่าเท่านั้น หากมิใช่ป่า การกระทำนั้นไม่มีความผิด
ย่อคำพิพากษา
ในกรณีที่หาว่าจำเลยตัดไม้ประเภทหวงห้ามนั้น โจทก์ต้องบรรยายฟ้องมาด้วยว่าจำเลยตัดไม้ในป่าอันเป็นองค์สาระสำคัญของความผิด มิฉะนั้นลงโทษจำเลยไม่ได้
ตัดไม้ประเภทหวงห้ามในที่ซึ่งมิใช่ที่ป่าไม่มีความผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจตัดไม้เต็งรังอันเป็นไม้ประเภทหวงห้ามโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ขอให้ลงโทษ
จำเลยให้การว่าตัดไม้นั้นในที่นาของจำเลยโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง
โจทก์สืบพะยาน ๑ ปากได้ความว่าที่รายนี้เป็นที่ป่า โจทก์จะขอสืบพะยานต่อไปก็เช่นเดียวกับศาลชั้นต้นจึงให้งดเสีย แล้ววินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์มิได้กล่าวว่าตัดไม้จากป่าโจทก์จะสืบว่าตัดไม้ประเภทหวงห้ามในป่าเป็นการนำสืบต่างจากฟ้อง จึงพิพากษายกฟ้องตามประมวลวิธีพิจารณาอาญามาตรา ๑๙๒ วรรค ๒
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาเห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถูกต้องแล้ว เพราะคำว่า "ในป่า" ซึ่งโจทก์ไม่ได้กล่าวในฟ้องเป็นองค์สาระสำคัญแห่งความผิด หากว่าการตัดไม้หวงห้ามไม่ได้เกิดขึ้นในป่าก็ไม่มีความผิด โจทก์ไม่อ้างในฟ้องว่าจำเลยตัดไม้ในป่านั้นไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕๘ ข้อ ๕ ซึ่งบัญญัติว่าต้องมีการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้ทำผิด จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1079/2482
อัยยการสุรินทร์ โจทก์
นายหริ่ง แก้วแล้ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสุรินทร์ · จำเลย - นายหริ่ง แก้วแล้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดูปลาตร์ · อิศร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระเทพปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา