คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1290/2482
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำละเมิดขอเรียกค่าเสียหายนั้น โจทก์ไม่ต้องบรรยายในฟ้องด้วยว่าจำเลยได้กระทำโดยจงใจหรือเลิ่นเล่อฟ้องนั้นก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องกล่าวว่า เดิมจำเลยชนะความนายเล่งเพียว จำเลยนำเจ้าพนักงานยึดทรัพย์นายเล่งเพียวแล้วได้เลยมายึดทรัพย์ของโจทก์ด้วย โจทก์ได้ร้องขัดทรัพย์ศาลแพ่งสั่งถอนการยึด คดีถึงที่สุด ในการที่จำเลยยึดทรัพย์ของโจทก์ทำให้โจทก์เสียหายรวม ๒๒๐ บาท ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์.
ศาลชั้นต้นฟังว่าการที่จำเลยยึดทรัพย์ของโจทก์ดังนั้นเป็นการละเมิด จึงพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๑๙๐ บาทและเห็นว่าฟ้องโจทก์ดังกล่าวมานั้นโจทก์ได้กล่าวหาว่าจำเลยกระทำละเมิดแล้ว
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาคัดค้านข้อหนึ่งว่า โจทก์หาว่าจำเลยกระทำการละเมิด แต่ฟ้องโจทก์ไม่บรรยายให้ชัดแจ้งว่ากระทำด้วยจงใจหรือประมาท เป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง ม.๑๗๒ วรรค ๒ ไม่มีประเด็นที่จะสืบ ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องของโจทก์ดังกล่าวข้างต้นนั้นบรรยายข้อความชัดเจนพอที่จะถือว่าโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำการละเมิดตาม ป.พ.พ.ม.๔๒๐ ถือว่าเป็นฟ้องอันสมบูรณ์ตามประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง ม.๑๗๒ วรรค ๒ แล้ว ไม่จำเป็นต้องกล่าวว่าจำเลยกระทำโดยจงใจหรือประมาทศาลล่างรับพิจารณามาชอบแล้ว จึงพิพากษายืนตาม.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1290/2482
นายสงวน พิมพะสิงห์ โจทก์
สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์ฯ จำเลย
โดยหม่อมเจ้าถาวรมงคลวงษ์ ผู้รับมอบอำนาจ
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสงวน พิมพะสิงห์ · จำเลย - สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์ฯ · ผู้รับมอบอำนาจ - โดยหม่อมเจ้าถาวรมงคลวงษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเศษ · อมาตย · วิกรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงสารพัยประศาสน์ · ศาลอุทธรณ์ - พระยาธรรมบัณฑิต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา