คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 26/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานใหม่ ถือเป็นคำสั่งระหว่างการพิจารณาที่อาจทำให้โจทก์เสียเปรียบ จึงสามารถฎีกาคำสั่งนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
ในคดีที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพะยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีแต่ศาลอุทธรณ์กลับให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิพารณาสืบพะยานแล้วพิพากใหม่ตามรูปคดีนั้นโจทก์ฎีกาได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยฝากที่ดินและห้องแถวไว้กับโจทก์ บัดนี้เกินกำหนดไถ่คืนแล้วจำเลยกลับปลูกห้องลงในที่แปลงนี้อีก จึงขอให้ศาลพิพากษาให้ที่ดินเป็นสิทธิแก่โจทก์และให้จำเลยรื้อห้องที่ปลูกนั้นไป
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพะยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่าจำเลยจะสืบพะยานไม่ได้ขายฝากไม่ได้ เพราะเป็นการสืบแก้ไขเอกสารต้องถือว่าจำเลยได้ขายฝากที่พิพาทให้โจทก์แล้ว เมื่อไม่ไถ่คืนในกำหนดที่ตกเป็นสิทธิแก่โจทก์ จึงพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปความ
โจทก์ฎีกา
ศาลฏีกาตัดสินว่าหนังสือสัญญาขายฝากไม่ปรากฏชัดว่าจำเลยได้ขายที่ทั้งผืนหรือขายแต่เพียงที่ๆ ปลูกห้องแถว ๑๐ ห้องจึงต้องพิจารณาสืบพะยานให้ได้ความแน่ชัด ทั้งตามข้อต่อสู้ของจำเลยก็ว่าเนื้อที่นอกห้องแถว ๑๐ ห้องนี้เป็นของบิดามารดา และมารดาก้ทำพินัยกรรม์แบ่งให้บุตรหลานเป็นส่วนๆ ที่ๆ จำเลยปลูกห้องภายหลังก็เป็นส่วนที่จำเลยได้รับตามพินับกรรม์ด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ยืนตาม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 26/2482
ขุนชุมแสงสมรรถการ ในส่วนตัวและเป็นผู้แทนนางพิม แซ่เฉง โจทก์
นางปลั่ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ขุนชุมแสงสมรรถการ ในส่วนตัวและเป็นผู้แทนนางพิม แซ่เฉง · จำเลย - นางปลั่ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทฟโนต์ · พลางกูร · นิติศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา