คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 953/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบปี ย่อมได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองตามกฎหมาย แม้จะไม่ได้ทำประโยชน์อย่างอื่นในที่ดินนั้นอีกก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรื้อรั้วเก่าทำรั้วใหม่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินซึ่งโจทก์ครอบครองมาตั้ง 19 ปีแล้วโดยโจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ได้ล้อมรั้วครอบครองมาเป็นเวลาตั้ง 19 ปี และในคำขอท้ายฟ้องโจทก์ได้ขอให้ศาลแสดงว่าเขตต์ที่ดินของโจทก์ด้านติดต่อกับจำเลยมีตามแนวรั่วเดิมดังนี้ ถือว่าได้ว่าโจทก์ได้ฟ้องตามเขตต์รั่วเดิมที่โจทก์ครอบครองมา ที่ดินที่เป็นที่บ้านและเป็นที่มีโฉนดแล้ว การที่ได้ล้อมรั้วครอบครองมาโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี ก็เป็นการครอบครองตามประมวลแพ่งฯแล้ว หาต้องทำประโยชน์อย่างอื่นอีกไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทกืฟ้องว่า ที่ดินโฉนดที่ ๑๖๘๗ เป็นของโจทก์ ได้ล้อมรั่วครอบครองมาเป็นเวลา ๑๙ ปีแล้ว ด้านทิศเหนือติดที่ดินจำเลยต่อมาจำเลยรื้อรั้วเก่าทำรั้วใหม่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ ขอให้ศาลแสดงว่าเขตต์ที่ดินของโจทก์มีตามแนวรั่วเดิม ให้จำเลยรื้อรั้วออกไปให้พ้นเขตต์ที่ของโจทก์
ศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์จำเลยต่างครอบครองที่ดินตามเขตต์ที่โจทก์นำชี้โดยสงบและเปิดเผยเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว ย่อมมีกรรมสิทธิตามเขตต์ที่ครอบครองมา จำเลยจะยกเขตต์ตามโฉนดมาอ้างอีกไม่ได้ จึงพิพากษาให้จำเลยรื้อรั้วที่รุกล้ำออกไปให้ตรงแนวเขตต์ที่โจทก์ชี้
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาในข้อแปลฟ้อง และในข้อครอบครองว่าเพียงแต่การล้อมรั้วไว้มิได้ทำประโยชน์อะไรนั้น ยังหาเป็นการเพียงพอที่จะถือว่าครอบครองไม่
ศาลฎีกาเห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายถึงการที่โจทก์ได้ล้อมรั้วครอบครองมาเป็นเวลาตั้ง ๑๙ ปี และทั้งในคำขอท้ายฟ้องข้อ ๒ โจทก์ได้ขอให้ศาลแสดงด้วยว่าเขตต์ที่ดินของโจทก์ด้านติดต่อกับจำเลยมีตามแนวรั้วเดิมดังนี้ เป็นการชัดเจนแล้วว่าโจทก์ได้ฟ้องตามเขตต์รั้วเดิมที่โจทก์ได้ครอบครองมา ส่วนปัญหาข้อครอบครอง เห็นว่าที่พิพาทเป็นที่บ้านเป็นที่มีประโยชน์อยู่แล้วโจทก์ล้อมรั้วครอบครองมาโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปี เป็นการแสดงเจตนาครอบครองตามประมวลแพ่งฯ มาตรา ๑๓๖๗,๑๓๘๒ แล้ว หาต้องทำประโยชน์อย่างใดอื่นดังที่จำเลยฎีกาไม่ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 953/2482
พระยานิพนธ์พจนาตถ์ โจทก์
พระวิจิตร์วินิจฉัยที่ 1 นางวิจิตร์วินิจฉัยที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พระยานิพนธ์พจนาตถ์ · จำเลย - พระวิจิตร์วินิจฉัยที่ 1 นางวิจิตร์วินิจฉัยที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · อิศร · สุทธิอรรถนฤมนตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา