⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 984/2482

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 984/2482

ป.วิ.แพ่ง ม.161

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาเช่าซื้อไม่ว่าจะมียอดเงินเท่าใด ต้องเสียอากรแสตมป์ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด 2. เจ้าพนักงานมีอำนาจฟ้องเรียกค่าอากรแสตมป์ที่ขาดหรือที่ต้องเสียเพิ่มได้ แม้ผู้กระทำผิดจะถูกเปรียบเทียบปรับไปแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าซื้อเป็นเงินไม่ถึง 100 บาทก็ต้องเสียอากรแสตมป์ 10 สตางค์ ข้าหลวงประจำจังหวัดมีอำนาจฟ้องเรียกค่าอากรแสตมป์ที่ไม่ปิดและที่ต้องเสียเพิ่มได้ เจ้าพนักงานเปรียบเทียบและปรับฐานไม่ปิดอากรแสตมป์และจำเลยได้ชำระค่าปรับไปแล้วนั้นไม่ตัดอำนาจเจ้าหน้าที่ที่จะฟ้องเรียกค่าอากรที่ขาดและที่ถูกเรียกเพิ่ม กรณีที่โจทก์ชนะคดีเต็มตามฟ้องแต่ศาลให้ค่าธรรมเนียมเป็นพับไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาเช่าซื้อรถจักรยานไว้กับผู้มีชื่อเป็นเงิน ๓๕ บาท แต่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จนพ้น ๓ เดือนแล้ว เจ้าพนักงานได้เรียกร้องให้จำเลยเสียเงินเพิ่มอากรตามกฎหมายเป็นเงิน ๒๕ บาทหลายครั้งจำเลยไม่ยอมชำระให้ โจทก์ขอให้บังคับจำเลยเสียค่าอากรแสตมป์ ๑๐ สตางค์และเสียค่าอากรเพิ่มอีก ๒๕ บาท ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้าหลวงประจำจังหวัดมีอำนาจฟ้องคดีนี้ การที่เจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับจำเลยในทางอาญาไปแล้ว เป็นส่วนหนึ่งต่างหากจากหน้าที่ของจำเลยจะต้องรับผิดเสียค่าอากรเพิ่มในทางแพ่ง ไม่ทำให้จำเลยพ้นความรับผิดชอบในทางแพ่ง ดังที่จำเลยต่อสู้ แต่เห็นว่าสัญญาเช่าซื้อกันเพียง ๓๕ บาท ไม่ถึง ๑๐๐ บาทยังไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ตามกฎหมาย จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายว่า สัญญาเช่าซื้อทรัพย์สินราคา ๓๕ บาทก็ต้องเสียอากรแสตมป์ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพ.ร.บ.อากรแสตมป์ระบุว่า เช่าซื้อทรัพย์สินใด ๆ ทุกจำนวนเงิน ๑๐๐ บาทหรือเศษของ ๑๐๐ บาทแห่งราคาทั้งหมด ค่าอากรแสตมป์ ๑๐ สตางค์นั้นเศษของ ๑๐๐ บาท หรือไม่ถึง ๑๐๐ บาทก็ต้องเสียค่าอากร ๑๐ สตางค์ สัญญานี้จึงต้องเสียค่าอากร ๑๐ สตางค์ พ.ร.บ.อากรแสตมป์ (ฉะบับที่ ๔) พ.ศ.๒๔๗๙ มาตรา ๕ เจ้าพนักงานมีอำนาจเรียกค่าอากรดพิ่มได้ตามมาตรา ๓ ข้อ ๒ ข. โดยให้เสียเงินเพิ่มอากรเป็นเงิน ๕ เท่าของจำนวนเงินอากรที่จำเป็นต้องปิดหรือเป็นเงิน ๒๕ บาทแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ส่วนปัญหาอย่างอื่นเห็นพ้องด้วยศาลล่าง จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยเสียค่าอากรแสตมป์ ๑๐ สตางค์และเสียค่าอากรเพิ่มอีก ๒๕ บาท ค่าธรรมเนียมให้เป็นพับไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 984/2482 ข้าหลวงประจำจังหวัดลำพูด โจทก์ นายถนอม รื่นนารีนารถ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ข้าหลวงประจำจังหวัดลำพูด · จำเลย - นายถนอม รื่นนารีนารถ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · วิกรม · วิเศษ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายจวบ เจียรนัย · ศาลอุทธรณ์ - พระยาเลขวณิชฯ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 79/2501ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 951/2542ฎีกา 2303/2533ฎีกา 2627/2522ฎีกา 6052/2537ฎีกา 7139/2538ฎีกา 1095/2473ฎีกา 7051/2540ฎีกา 8337/2540ฎีกา 6620/2550ฎีกา 2170/2517ฎีกา 533/2521ฎีกา 12104/2553ฎีกา 5832/2541ฎีกา 10842/2558ฎีกา 5016/2538ฎีกา 2591/2543ฎีกา 3070/2550ฎีกา 1726/2536ฎีกา 6196/2537ฎีกา 1310/2520ฎีกา 2959/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา